INTRODUCTION
จริงๆ แล้วผม ไม่ได้วางแผนจะไปเที่ยวที่เฉิงตูตั้งแต่แรก…
เรื่องมีอยู่ว่าผมตั้งใจจะไปเดินป่าที่ Kashmir Great Lake ประเทศอินเดีย วางแผน ซื้อของ จองทัวร์ จ่ายมัดจำเรียบร้อยพร้อมเดินทาง
ตัดภาพมาตอนสองเดือนก่อนออกเดินทาง เกิดเหตุกราดยิงที่แคชเมียร์แล้วลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งกันระหว่างอินเดียกับปากีสถาน (แคชเมียร์อยู่ใกล้ชายแดนสองประเทศนี้) ทำให้ทัวร์ที่จองไว้โดนยกเลิก โชคดีที่ยังไม่ได้จองตั๋วเครื่องบินและได้เงินมัดจำคืนเต็มจำนวน
พอแผน A ล่มก็ต้องมานั่งวางแผนกันใหม่ โจทย์เหมือนเดิมคืออยากไปเที่ยวเสพธรรมชาติต่างประเทศ
วันหนึ่งระหว่างนั่งไถโทรศัพท์เล่นก็ไปเห็นคลิปสี่ดรุณีที่กำลังดังอยู่ช่วงนั้น เห็นว่าสวยดีเลยลองไปหารีวิวอ่านเพิ่ม ถึงได้มารู้ว่าอยู่ที่เมืองเฉิงตู ประเทษจีนใกล้ๆ นี้เอง นั่งเครื่องแค่ 3 ชม. จากรุงเทพก็ได้เห็นวิวภูเขาหิมะสุดอลังการแล้ว ลองกดค่าใช้จ่ายดูก็ไม่แพงอย่างที่คิด แถมมีที่เที่ยวอื่นที่น่าสนใจอีกหลายที่ เลยตัดสินใจเลือกไปเฉิงตูนี่แหละ เลยเป็นที่มาของทริปนี้
ตลอดทริปนี้ ทั้ง 8 วัน 7 คืน เป็นทริปที่ผมไปกันเองกับแฟนสองคน ไม่จ้างทัวร์ ไม่มีไกด์ ไม่เช่ารถพร้อมคนขับ นั่งรถสาธารณะล้วนๆ และนี่เป็นการเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของเรา จะสนุกแค่ไหน? จะรอดมั้ย? แพงหรือป่าว? ไปดูกัน
TRAVEL ITINERARY
ผมเดินทางช่วงวันที่ 5-12 ก.ค. 2025 (8 วัน 7 คืน) โดยออกเดินทางวันศุกร์ที่ 4 ก.ค. 2025 ไฟลท์ดึกและไปถึงเฉิงตูช่วงเช้ามืดวันที่ 5 ก.ค. 2025 สถานที่เที่ยวมีสี่ที่หลักๆ เรียงตามลำดับ คือ จิ่วจ่ายโกว หวงหลง สี่ดรุณีและตัวเมืองเฉิงตู
ตอนแรกตั้งใจจะไปปี้เผิงโกวกับต๋ากู่ด้วย แต่พอใส่ไปในแผนแล้วมันดูแน่นเกิน เดินทางเหนื่อยไปหน่อย เลยเอาสองที่นี้ออกจะได้เที่ยวแต่ละที่แบบสบายๆ หน่อยและนี่คือแผนการเดินทางของพวกเราครับ

PREPARATION
เงิน
ปัจจุบันจีนแทบจะเป็นสังคมไร้เงินสดแล้ว มี alipay แอปเดียวผูกกับบัตร youtrip ก็ใช้จ่ายในจีนได้แทบทุกอย่างทุกร้านก็จะมี QR code ไว้ให้สแกนเหมือนพร้อมเพย์บ้านเราเด๊ะ ผมเตรียมเงินสดไปไม่ได้ใช้เลย แต่แนะนำให้แลกเงินสดติดตัวไว้หน่อยก็ดี เผื่อไปซื้อของตามอุทยานแล้วไม่มีสัญญาณเน็ต
ตั๋วเข้าอุทยาน
ตั่วอุทยานผมจองผ่านเพจ “คนไทยพาเที่ยวเฉิงตู” ทั้งหมด ทั้งจิ่วจ่ายโกว หวงหลง ฉางผิงโกว จริงๆ จะจองเองผ่าน trip.com ก็ได้ แต่ผมจองผ่านเพจสะดวกกว่าไม่ต้องกลัวกดผิดกดถูก จะมีแค่ตั๋วเข้าศูนย์วิจัยแพนด้าเฉิงตูที่ผมจองเองผ่าน trip.com
ซิมการ์ด
ผมซื้อ Sim2Fly ของ AIS ไปจากไทย ราคา 899 บาทได้เน็ต 15 GB แค่ใส่ซิมแล้วเปิดโรมมิ่งตอนไปถึงจีนก็ใช้ได้เลย
ประกันการเดินทาง
ผมซื้อประกันของ MGIS ผ่านตัวกลางอย่าง Heygoody ราคาคนละประมาณ 600 บาท ในเว็บของ Heygoody มีให้เลือกหลายเจ้า หลายแพ็คเกจมาก ลองเข้าเว็บแล้ว compare ได้เลย
Application ที่ควรมี
- Alipay : อันนี้จำเป็นมาก ใช้สแกนจ่ายเงิน+เรียก Didi ก่อนออกเดินทางก็ผูกกับ Youtrip จากไทยมาเลย
- Youtrip : เอาไว้เติมเงินเข้า Alipay
- Didi : เอาไว้ใช้เรียกแท็กซี่ การใช้งานเหมือน Grab บ้านเราเลย มีภาษาอังกฤษด้วย
- Google Translate : ได้ใช้แน่นอนเพราะคนจีนแทบไม่พูดภาษาอังกฤษกันเลย
- WeChat : มันคือ Line ของคนจีน การใช้งานคล้ายๆ Line เอาไว้แชทกับโรงแรมหรือเวลานัดแนะกับแท็กซี่ให้มารับไรงี้ ส่วนการสมัครผมโหลดแอปจากไทยไปแล้วให้พนักงานโรงแรมที่จีนสแกน approve ให้
- Amap : Google Map ของคนจีน โหลดไว้ได้ใช้แน่นอนเพราะบางที่ใช้ google map ไม่ได้ ผมคิดว่าใช้ดีกว่า google map อีกนะ บอกละเอียดดีมาก
- Metroman : ใช้เวลาขึ้นรถไฟใต้ดิน บอกหมดทั้งเวลาที่ใช้ สถานี ราคา มีประโยชน์มาก
HOTEL
Jiufeng Holiday Hotel
โรงแรมใกล้กับจิ่วจ่ายโกว อยู่ห่างจากหน้าอุทยานประมาณ 1.3 กม. ทางเข้าโรงแรมจะอยู่ในซอยหายากหน่อย แต่ห้องพักสะอาด เงียบสงบ พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย บริการดีดุจญาติมิตร ขออะไรได้หมด ตอนสมัคร WeChat ก็ให้พนักงานที่นี่ approve ให้นี่แหละ
Songpan Sunrise Hotel
ผมพักโรงแรมนี้วันที่ไปเดินหวงหลง อยู่ห่างจากหวงหลงพอสมควร ต้องนั่งแท็กซี่มา ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กๆ หลายโรงแรมเลยดูค่อนข้างเก่า แต่ห้องพักสะอาด พนักงานบริการให้ความช่วยเหลือดีมาก แม้จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลยก็ตาม 5555
Chengdu Weilan Hot Spring Garden Hotel
เป็นโรงแรมเดียวที่พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ ดีใจไม่ต้องใช้ translate แล้ว แต่โรงแรมหายากมาก อยู่บนดาดฟ้าห้างอะไรสักอย่าง หลงทางอยู่นานจนต้องไปถามคนแถวนั้น คนพักเยอะพอสมควร แต่เงียบสงบดี ห้องเล็กไปนิดแต่สะอาด ทำเลอยู่ในเมืองใกล้ห้าง ใกล้ของกิน
Siguniangshan Zhongshan Inn
โรงแรมใน Rilong Town เมืองที่คนที่จะไปสี่ดรุณีมาพักกัน พนักงานเป็นชายร่างท้วมหน้าตาละม้ายคล้ายพี่คิมจองอึน ถึงพี่คิมหน้าตาดูจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ แต่พี่แกก็ดูแลดีมาก ตอนกินข้าวที่โรงแรมแกจะคอยถามว่าอร่อยมั้ย อิ่มมั้ย ส่วนเรื่องห้องพักดีมาก กว้างขวาง สะอาด มีโซฟา มีอ่างอาบน้ำพร้อมกระจกบานใหญ่ วิวสวย ยกให้เป็นโรงแรมที่ชอบที่สุดในทริปนี้เลย
The Hidden House
โรงแรมในตัวเมืองเฉิงตู อยู่ใกล้ Tianfu Square ห้องก็ดีตามมาตรฐาน พนักงานพูดอังกฤษได้นิดหน่อยและบริการดีเหมือนทุกๆ โรงแรมในทริปนี้ ตอนจองมาไม่รวมอาหารเช้า แต่พนักงานใจดีบอกให้กินฟรีได้เลยแบบงงๆ
DAY 1
5 July 2025 : เดินทางกรุงเทพฯ - เฉิงตู - จิ่วจ่ายโกว
วันแรกของทริปนี้ ผมจะเดินทางจากกรุงเทพไปอุทยานแห่งชาติจิ่วจ่ายโกวที่เมืองเฉิงตูประเทศจีน
การเดินทางไปจิ่วจ่ายโกว เราจะต้องนั่งเครื่องบินไปลงสนามบินเฉิงตูเทียนฟู่แล้วนั่งรถไฟความเร็วสูงจากสถานี Chengdu East Railway ในตัวเมืองเฉิงตูไปลงที่สถานี Huanglongjiuzhai แล้วต่อรถบัสที่หน้าสถานีไปหน้าอุทยาน พวกโรงแรม ร้านอาหารต่างๆ ก็จะกระจุกอยู่แถวหน้าอุทยาน
ผมเริ่มต้นการเดินทางจากสนามบินดอนเมืองโดยบินกับ Air Asia รอบ 3 ทุ่มครึ่ง ไปถึงสนามบินเฉิงตูเทียนฟู่ประมาณตี 2 ตามเวลาจีน (เวลาจีนเร็วกว่าไทย 1 ชม.) พอมาถึงแล้วก็เดินตามป้าย Airport Bus เพื่อขึ้นรถบัสไปสถานีรถไฟความเร็วสูง

จากสนามบินถ้าจะไปสถานีรถไฟ Chengdu East Railway เราต้องขึ้น Airport Bus สาย 4 แต่สายนี้จะวิ่งถึงแค่ประมาณตี 2 สำหรับคนที่มาไฟล์ดึกแบบผมอาจจะไม่ทัน ต้องเปลี่ยนไปนั่งสาย 1 ไปลงที่ Wanke Road แทน แล้วเดินต่อไปสถานีรถไฟอีกประมาณ 10 นาที
ตอนเข้าไปซื้อตั๋ว พอบอกว่าจะไปสถานี Chengdu East Railway ป้าคนขายตั๋วก็บอกให้ไปลง Chunxi Road แล้วค่อยหารถนั่งกลับมา ผมก็บอกไปว่าเนี้ย อ่านในเน็ตมาเค้าบอกให้ลงตรง Wake Road แล้วเดินไป ป้าแกก็หันไปปรึกษากับลุงอีกคนที่น่าจะเป็นคนขับ สรุปก็คือไปลง Wanke Road แล้วเดินไปก็ได้

ก่อนรถออกก็ไปย้ำกับพี่คนขับอีกแปดรอบว่าลง Wanke Road นะ อย่าเลยนะลูกพี่ จนพี่แกก็แบบเออๆ กูรู้ตั้งแต่รอบสามแล้ว ขึ้นรถมาก็เลือกที่นั่งหลังเบาะคนขับเลย พี่แกจะได้ไม่ลืม
นั่งรถมาประมาณซักชั่วโมงนึงได้ พี่คนขับก็มาจอดที่หน้าป้ายรถเมล์แห่งหนึ่ง แล้วก็เดินมาบอกว่า Wanke ๆ ผมก็ถามย้ำอีกแปดรอบพร้อมชี้รูปที่ถ่ายมาว่าอันนี้ชัวร์นะยู พอมั่นใจว่าถูกที่แน่นอนผมก็หยิบกระเป๋าแล้วเดินลงจากรถ
รถบัสมาจอดส่งที่ป้ายรถเมล์ริมถนน Wanke ตอนมาถึงมีฝนตกเบาๆ ลงมาปุ๊ปก็มีพี่คนขับแท็กซี่มาเข้าชาร์จทันทีพร้อมแรปจีนใส่รัวๆ น่าจะเรียกไปขึ้นรถแก ผมลองเปิด Amap ดูก่อนว่ามันไกลมั้ย (ใช้ Amap เฟิร์สไทม์) เปิดแมพดูแล้วมันก็ไม่ไกลนี่หว่า เราเลยเลือกเดินกันไปนี่แหละถือโอกาสเดินดูบ้านเมืองไปด้วย (จริงๆ คืองกไม่อยากเสียค่าแท็กซี่)
เดินตามแมพมาเรื่อยๆ แค่ 10 นาทีก็มาถึงสถานี Chengdu East Railway แล้ว ตอนมาถึงประมาณตี 5 นิดๆ สถานียังไม่เปิดแต่คนมายืนรอกันเต็มหน้าสถานีแล้ว


ผมจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงจาก Chengdu East Railway ไป Huanglongjiuzhai มาตั้งแต่ที่ไทยแล้ว ผ่าน Trip.com เป็นตั๋วที่นั่ง ชั้น 2nd Class ราคาประมาณ 600 บาท ผมจองรอบ 6.45 น. รอบเช้าหน่อยเพื่อให้ไปถึงโรงแรมเร็วๆ จะได้มีเวลาพักผ่อน เดินเล่นแถวนั้นเยอะๆ หน่อย
ตอนที่จองเราจะได้เลขที่นั่งกับเลขขบวนรถที่เราต้องขึ้นมาและที่หน้าสถานีจะมีป้ายใหญ่ๆ บอกว่ารถขบวนเลขที่ xx รอบ xx.xx น. ต้องไปขึ้นที่ Gate ไหน เราก็ดูเลขที่จองมานั่นแหละ อย่างของผมขบวน C5782 รอบ 6.45 น. ต้องไปขึ้นรถไฟที่ Gate B14


พอใกล้เวลารถไฟออกคนก็มายืนต่อแถวกันหน้า Gate เตรียมเข้าชานชลา ที่พื้นตรงทางเข้าจะมีเส้นตีแบ่งแถวชัดเจน คนจีนก็มีช่องเฉพาะของคนจีน คนต่างชาติที่ใช้ passport ก็มีแถวแยกต่างหาก ไหนใครว่าคนจีนไม่เป็นระเบียบ
15 นาทีก่อนถึงเวลารถไฟออก เจ้าหน้าที่ก็เปิด Gate ให้คนไปขึ้นรถได้ พอ Gate เปิดเท่านั้นแหละ แถวที่เป็นระเบียบตอนแรกก็กลายสภาพเป็นจีนมุงทันทีทั้งแซงแถว ทั้งเบียด ทั้งผลัก เสียงดังโวกเวก ทางเข้าสำหรับคนจีนกับคนต่างชาติไม่มีอีกต่อไป
ฝ่าฟันแก๊งจีนมุงมาได้ ในที่สุดผมก็มาถึงที่นั่งในรถไฟซะที ตัวรถไฟสะอาดสะอ้าน พื้นที่วางขากว้างขวาง แอร์เย็นสบาย มีช่องเก็บกระเป๋าด้านบน พอ 06.45 น. เป๊ะๆ รถก็ออกเดินทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. ก็มาถึงสถานี Huanglongjiuzhai

จากสถานี Huanglongjiuzhai จะไปโรงแรมที่หน้าอุทยานต้องนั่งรถบัสไปอีกประมาณ 1.5 ชม. พอเดินขึ้นบันไดเลื่อนออกมาหน้าสถานี ให้มองขวามือหาลานจอดรถบัส พอเดินเข้าไปแล้วจะมีคนมาถามเอง แค่บอกว่าจิ่วจ่ายโกวก็จะมีเจ้าหน้าที่มาพาไปขึ้นรถ ราคาคนละ 51 หยวน (เห็นบางรีวิวบอกว่าจ่าย Alipay ไม่ได้ แต่ของผมจ่าย Alipay ได้ปกตินะ)
💡ที่หน้าสถานีรถไฟ จะมีพี่ๆ คนขับแท็กซี่ยืนรอกันเพียบ ถ้าใครมากันหลายคน นั่งแท็กซี่ไปเลยน่าจะเร็วและสบายกว่า ผมไม่ได้ถามราคาเพราะมากันแค่สองคน แต่คิดว่าถ้าหารกันหลายคนน่าจะได้ราคาถูกกว่ารถบัส

นั่งรถประมาณ 1 ชม. ก็มาถึงหน้าอุทยาน บริเวณหน้าทางเข้าอุทยานจิ่วจ่ายโกวจะเป็นเหมือนเมืองเล็กๆ มีโรงแรม ร้านอาหารอยู่เพียบ คนที่มาเที่ยวจิ่วจ่ายโกวก็จะพักกันที่นี่
โรงแรมคืนแรกของผมในจีนชื่อ Jiufeng Holiday Hotel เป็นโรงแรมเล็กๆ อยู่ห่างจากทางเข้าอุทยานประมาณ 1.3 กม ห้องสะอาด มีเครื่องทำความร้อนให้ ราคาคืนละ 1,200 บาท พนักงานบริการดีมาก แต่ทางเข้าอยู่ในตรอกเล็กๆ หายากหน่อย ขนาดผมเปิดแมพเดินยังเลยทางเข้าเลย





เดินเล่นสำรวจเมืองกันจนเย็นก็เริ่มหิว อ่านรีวิวมาเห็นบอกว่ามาเฉิงตูแล้วต้องลองกินเนื้อจามรีดู แถวนั้นมีร้านอาหารเยอะมาก เดินเลือกไปเรื่อยๆ จนมาเจอร้านหนึ่งหน้าตาร้านดูดี สะอาด ลองเข้าไปถามพนักงานที่หน้าร้านขอดูเมนู อาหารดูดี ในร้านคนเยอะน่าจะอร่อย (มั้ง) ราคาก็ไม่แพงมากเลยเข้าร้านนี้แหละ

ร้านชื่อ Modern Tibettan Cuisine เป็นร้านชาบูเนื้อจามรี ผมสั่งเซตชาบูเนื้อจามรีสำหรับสองคนมาราคา 168 หยวน (~800 กว่าบาท) ในเซตจะมีหม้อน้ำซุป (หม้ออย่างใหญ่) และเนื้อจามรีสไลด์บางๆ โปะมาบนกะหล่ำปลีซอย ฟิลเหมือนร้านชาบูแล้วก็เครื่องเคียงอะไรอีกก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด
เนื้อจามรีกินง่ายกว่าที่คิด คือปกติผมเป็นคนไม่ชอบกกินเนื้อกลิ่นแรงๆ เท่าไหร่แต่อันนี้กินได้สบาย เนื้อไม่เหนียวมาก มีกลิ่นเนื้อบางๆ ลวกแล้วจิ้มกินกับพริกป่นอะไรสักอย่างที่มากับเซตแล้วอร่อยมาก ระหว่างกินอยู่ๆ ก็มีเพลงดังขึ้นมา พนักงานในร้านก็ออกไปเต้นกันฟิลเหมือนอยู่เอ็มเคมากๆ
หลังมื้อเย็นผมก็ออกไปเดินย่อยในเมืองอีกนิดหน่อย แวะซื้อน้ำซื้อขนมเอาไว้สำหรับกินเล่นระหว่างเดินเที่ยววันพรุ่งนี้ แล้วก็กลับโรงแรมพักผ่อน เป็นอันจบวันแรกในจีน

DAY 2
6 July 2025 : เที่ยวอุทยานจิ่วจ่ายโกว
จิ่วจ่ายโกวเป็นอุทยานแห่งชาติระดับ 5A (ระดับสูงสุด) ของจีน พื้นที่ที่เปิดให้เที่ยวใหญ่มาก มีจุดให้แวะเดินเที่ยวหลายจุด ผมเลยวางแผนเที่ยวในจิ่วจ่ายโกวทั้งวัน แล้วก็กลับไปพักโรงแรมเดิมจะได้มีเวลาชมธรรมชาตินานๆ
โรงแรมส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ไกลจากทางเข้าอุทยาน อย่างโรงแรมที่ผมพักก็ห่างแค่ 1.3 กม. (อันนี้ถือว่าไกลแล้วเพราะเลยไปจะไม่ค่อยมีโรงแรมแล้ว) จะเดินไปเองก็ได้ แต่บางโรงแรมอาจมีบริการรถรับ-ส่ง ให้ลองถามพนักงานดู
โรงแรมที่ผมจองมาไม่มีบริการรถรับ-ส่งไปอุทยาน แต่เมื่อวานตอนเย็นก่อนเข้าห้องพัก เดินไปถามพนักงานว่าจะไปที่อุทยานยังไงได้บ้าง นางก็อาสาไปส่งเฉย (แต่เดินกลับเองนะ)


เส้นทางท่องเที่ยวในจิ่วจ่ายโกวจะหน้าตาคล้ายๆ ตัว Y ทางเข้าหลักอยู่ปลายล่างสุด ทางแยกตรงกลางจะเป็น Tourist Center แล้วก็จะมีเส้นทางแยกออกไปซ้าย-ขวา (ตามรูป)
จุดท่องเที่ยวก็จะกระจายอยู่ตลอดเส้นทางและในอุทยานจะมีรถบัสฟรีวิ่งรับส่งตลอด เราแค่ขึ้นรถบัสไปลงตรงที่ที่อยากไป พอเดินเที่ยวเสร็จก็กลับมาขึ้นรถที่จุดเดิม หรือบางจุดจะมีทางเดินเชื่อมไปจุดอื่นๆ ถ้าใครฟิตจะเดินก็ได้ ส่วนวิธีที่ผมไปเที่ยวจะประมาณนี้
- เข้ามาในอุทยานแล้วก็นั่งรถบัสไป Long Lake ที่อยู่ปลายบนสุดฝั่งซ้ายก่อนเลย (Long Lake โครตสวย)
- แวะเที่ยวแต่ละจุดลงมาเรื่อยๆ จนถึง Tourist Center
- พักกินข้าวเที่ยงที่ Tourist Center
- แวะเที่ยวจาก Tourist Center ไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงทางเข้าอุทยาน
- ส่วนทางแยกด้านขวา ผมไม่ได้ไปเพราะเท่าที่อ่านรีวิวและคุยกับคนจีนที่หน้างานบอกมาว่ามันคล้ายๆ กับทางซ้ายไม่ต้องไปก็ได้ จะได้เที่ยวแต่ละที่นานๆ หน่อย
- และเอาจริงๆ แค่เที่ยวตามข้อ 1-4 ก็แทบจะหมดวันแล้ว
💡ตั๋วเข้าอุทยานผมจองผ่านเพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตูมาตั้งแต่ที่ไทย ราคา 1,550 บาท/คน รวมรถบัสแล้ว ตอนไปถึงอุทยานก็เอา passport สแกนเข้าได้เลย






ก่อนมาผมคาดหวังมากว่าอากศจะดี แดดออก ถ่ายรูปจะได้สวยๆ แต่วันที่ไปฝนตกทั้งวัน ตกตั้งแต่ยังไม่ออกจากโรงแรม โชคดีที่ตกไม่หนักและตกๆ หยุดๆ สลับกันไป แต่พอเข้ามาในอุทยานบรรยากาศกลับสวยไปอีกแบบฝนตกเบาๆ อากาศเย็นสบาย มีหมอกที่ยอดเขา
เข้าอุทยานมาผมก็นั่งรถบัสจากทางเข้ายาวไป long lake ที่อยู่ไกลสุดก่อนเลย ในรถคนเยอะต้องนั่งเบียดๆ กันเลยไม่ได้มองดูวิวเท่าไหร่ พอลงรถมาเงยหน้ามองวิว long lake ตรงหน้าแล้ว อห โครตสวย ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์ตัดกับภูเขาต้นสน มีหมอกลอยอยู่บนยอดเขา สวยจนจังหวะนึงต้องหยุดถ่ายรูปแล้วยืนดู
ส่วนจุดชมวิวอื่นก็สวยไม่แพ้กัน ผมจำชื่อแต่ละที่ไม่ได้แล้วเพราะมันมีจุดให้แวะเยอะมาก มีทั้งลำธาร น้ำตก ทะเลบสาบ อากาศก็สดชื่นเย็นสบายกำลังดี
เดินเล่นจนถึง 5 โมงเย็นผมก็นั่งรถบัสกลับมาที่ทางเข้าแล้วเดินกลับโรงแรม ระหว่างทางก็แวะกินมื้อเย็นที่ร้านอาหาร (จำชื่อไม่ได้แล้ว) แล้วก็กลับโรงแรมพักผ่อน



DAY 3
7 July 2025 : จิ่วจ่ายโกว-หวงหลง
วันนี้ผมจะเดินทางไปอุทยานหวงหลงที่อยู่อีกเมืองหนึ่ง แวะเที่ยวอุทยานหวงหลงแล้วพักโรงแรมใกล้ๆ อุทยาน 1 คืน
ตอนที่วางแผนทริปนี้ผมเข้าใจว่าจากจิ่วจ่ายโกวจะไปหวงหลงนั้น เราต้องนั่งรถย้อนกลับไปที่สถานีรถไฟ Huanglongjiuzhai ก่อน แล้วค่อยหารถบัสจากที่สถานีนั่งไปหวงหลงอีกที
เพิ่งมารู้จากพนักงานโรงแรมเมื่อคืนว่ามันมีรถจากหน้าอุทยานจิ่วจ่ายโกวไปลงที่หน้าอุทยานหวงหลงได้เลย คุยไปคุยมานางก็อาสาจองรถทัวร์ให้เสร็จสรรพ พอดึกๆ ก็ส่งทะเบียนรถบัสที่ผมต้องขึ้นกับเบอร์โทรศัพท์ของนางมาทาง WeChat ตอนขึ้นรถผมต้องโชว์เบอร์นี้ให้คนขับดูจะได้รู้ว่าจ่ายตังมาแล้ว ค่าตั๋วคนละ 50 หยวน (~230 บาท)
จุดขึ้นรถทัวร์จะอยู่ตรง Moonbay Park เป็นลานจอดรถกลางแจ้งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม พอ Check out กินมื้อเช้าเสร็จผมก็เดินไปจุดขึ้นรถบัส
มาถึง Moonbay park ไม่เห็นมีที่นั่งรอหรือป้ายใดๆ เลยเดินไปถามพี่ รปภ แถวนั้น ใช้ google translate คุยกันประมาณ 10 นาทีก็คุยกันไม่รู้เรื่องซะที พอดีหันไปเห็นสองสาววัยรุ่นแต่งตัวละม้ายคล้ายนักท่องเที่ยวเดินลากกระเป๋าเดินทางมาคนละใบ ดูแล้วท่าทางน่าจะพึ่งพาได้ เลยบอกเซี้ยๆ พี่ รปภ แล้วเดินไปถามสองสาวดีกว่า
สรุปคือพวงนางก็เที่ยวจิ่วจ่ายโกวเหมือนกันและกำลังจะไปเที่ยวหวงหลงต่อเหมือนกันอีก คุยไปคุยมากลายเป็นขึ้นรถคันเดียวกันอีก! พอรู้งี้แล้วผมก็ค่อยสบายใจหน่อย ขึ้นรถไม่ผิดคันแน่นอน

💡จากจิ่วจ่ายโกวไปหวงหลง ต้องนั่งรถบัสไปประมาณ 2 ชม. ค่าตั๋วคนละ 50 หยวน จุดขึ้นรถบัสที่ลานจอดรถชื่อ Moonbay park เราต้องไปยืนรอแถวๆ ทางเข้าลานจอดรถ แล้วรถบัสจะมาจอดถนนฝั่งตรงข้าม เราต้องเดินข้ามถนนไปแล้วโชว์เบอร์โทรศัพท์ที่จองมาให้คนขับดู

ยืนรออยู่สัก 20 นาที รถทัวร์ก็มารับ บนรถคนไม่เยอะ ตรงที่นั่งมี Heater ให้ด้วย อุ่นสบาย นั่งดูวิวไปหลับไป 2 ชม. ก็มาถึงหวงหลงแล้ว ระหว่างนั้นพนักงานโรงแรมที่จองรถบัสให้ก็คอยทักมาถามตลอดว่าถึงจุดขึ้นรถยัง ขึ้นรถได้มั้ย จนมาถึงหวงหลงนางยังทักมาถามว่าถึงรึยัง บริการดีดุจญาตมิตร ใครกำลังไปจิ่วจ่าวโกวแล้วหาโรงแรมราคาย่อมเยาว์อยู่แนะนำเลย
รถบัสจะมาจอดหน้าโรงแรม Seercuo ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทางเข้าอุทยาน มาถึงก่อนเข้าไปเที่ยวก็ต้องเอากระเป๋าไปฝากที่โรงแรมก่อน จุดฝากกระเป๋าจะอยู่ตรงทางเข้าโรงแรม ถ้าหาไม่เจอก็เดินตามคนอื่นไปเพราะคนที่นั่งรถมาด้วยกันก็เป็นนักท่องเที่ยวที่จะมาหวงหลงเหมือนกัน ค่าฝากกระเป๋าใบละ 5 หยวน

ตั๋วเที่ยวอุทยานหวงหลง ผมจองผ่านเพจคนไทยพาเที่ยวเฉิงตูเหมือนเดิม ทั้งค่าเข้า ค่ากระเช้าและรถกอล์ฟขาขั้น ราคารวม 1,500 บาทคน/คน หรือถ้าใครอยากจองเองผ่าน trip.com ก็ได้เหมือนกัน
การเดินเที่ยวในหวงหลงทำได้หลายแบบ ถ้าใครฟิตหน่อยและมีเวลาเยอะจะเดินเที่ยวทั้งหมดเลยก็ได้ แต่ผมมีเวลาแค่ครึ่งวันเลยเลือกขึ้นกระเช้า ต่อรถกอล์ฟขึ้นไปบนสุดแล้วเดินเที่ยวไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงข้างล่าง



💡หวงหลงจะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3600 ม. อากาศเบาบาง ถ้าใครเหนื่อยมากๆ หรือมึนหัว ที่อุทยานจะมีออกซิเจนกระป๋องขาย ช่วยได้มั้ยไม่รู้ แต่เห็นคนใช้กันเยอะ ทุกร้านราคา 20 หยวน ซื้อในโรงแรมก็ราคานี้ ถ้าใครเจอแพงกว่านี้สันนิษฐานว่าน่าจะโดนโก่งราคา
อุทยานแห่งชาติหวงหลงหรือหุบเขามังกรเหลืองนอกจากจะได้เป็นที่เที่ยวระดับ 5A แล้วยังได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจาก UNESCO ด้วย ไฮไลต์ของที่นี่คือสระน้ำห้าสีที่อยู่ในแอ่งน้ำหินปูนสีขาวด้านขนเขา แล้วก็มีวัดหวงหลงเป็นวัดโบราณอายุหลายร้อยปี ระหว่างทางเดินลงมาก็เป็นป่าสนร่มรื่น สวยงามตลอดทางเดิน
ถึงจะได้คะแนน 5A เหมือนกัน แต่ส่วนตัวผมชอบหวงหลงมากกว่าจิ่วจ่ายโกว วิวสวยกว่า เดินเที่ยวก็ง่ายกว่า แค่เดินตามทางชมวิวไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนจิ่วจ่ายโกวที่ต้องมายืนรอแย่งกันขึ้นรถบัส
แต่สิ่งที่ทั้งสองที่มีเหมือนกันคือการจัดการที่ดีตั้งแต่ระบบการจอง การใช้ passport สแกนเข้า สิ่งอำนวยความสะดวกและความสะอาด บนพื้นผมแทบไม่เห็นขยะ ห้องน้ำก็สะอาดน่าใช้ เห็นแล้วอยากให้อุทยานในไทยมาดูงานแล้วเอาไปทำตามบ้าง (ตอนกำลังเข้าห้องน้ำก็คิดนะ คนมาเที่ยวตั้งเยอะแยะทำไมมันยังสะอาดได้ แต่บ้านเราบางที่คนไม่เยอะเท่าแต่ห้องน้ำซกมกมาก)











เดินเที่ยวจน 5 โมงเย็นก็เดินลงมาถึงทางเข้า แวะกินน้ำนั่งพักได้แปปหนึ่ง ก็มีพี่ๆ คนขับแท็กซี่มารุมเต็มไปหมด เลยลองถามดูว่าถ้าให้พาไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ แล้วพาไปส่งที่โรงแรมด้วยราคาเท่าไหร่
ต่อรองไปหลายคน สุดท้ายได้ราคา 40 หยวน (~200 บาท) กับระยะทางประมาณ 9 กม. รู้สึกแอบแพง แต่ก็ช่างมันละกัน เดินมาทั้งวันอยากอาบน้ำพักผ่อนแล้ว
โรงแรมที่เราไปพักวันนี้ชื่อ Songpan Sunrise Hotel ห่างจากอุทยานหวงหลงประมาณ 9 กม. หน้าตาเหมือนตึกแถว กว้างสัก 5-6 คูหา ชั้น 1 เป็นล็อบบี้กับร้านอาหาร ห้องพักอยู่ชั้นบน ห้องพักสะอาดสะอ้าน มีเตียงอุ่น น้ำอุ่นตามมาตรฐาน จองผ่าน trip.com ราคาคืนละ 970 บาท รวมมื้อเช้าแล้ว




check in เก็บของ นอนพักเอาแรงกันแปปนึง ผมก็ออกไปเดินเล่นในเมือง
ใช้คำว่าเมืองก็จะดูเว่อร์ไป จริงๆ เรียกว่าชุมชนน่าจะเหมาะกว่าเพราะมีถนนแค่เส้นเดียวตัดผ่าน สองข้างทางก็จะมีตึกแถวที่ชั้น 1 เป็นร้านอาหารและชั้นบนทำเป็นโรงแรมกับร้านขายของชำอีก 2-3 ร้าน บ้านคนนิดหน่อย…จบ
ครับ เมืองมันเล็กจริงๆ เดินไปหน่อยเดียวไม่ถึง 10 นาทีก็สุดทางแล้ว ทางข้างหน้ามีแค่ถนนกับป่าสองข้างทาง นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่มีเลย เห็นมีแต่นักท่องเที่ยวคนจีนนิดหน่อย กะว่าจะเดินหาร้านข้าวร่อยๆ กิน แต่เดินไปก็เห็นแต่ร้านใต้โรงแรมเหมือนกันหมด สุดท้ายก็เดินกลับมากินมื้อเย็นที่โรงแรม


ก่อนหน้านี้เวลาไปร้านอาหารในจีน ปริมาณอาหารที่ได้จะเยอะมาก กินไม่เคยหมด ตอนที่สั่งมื้อเย็นผมสั่งมะเขือเทศผัดไข่กับต้มจืดอะไรสักอย่าง ผมเลยย้ำกับเจ๊พนักงานไปแปดรอบว่าขอสำหรับสองคนนะ ไม่ต้องเยอะ เดี๋ยวกินไม่หมด ข้าวเปล่าก็ขอแค่คนละจานพอไม่ต้องมาทั้งโถ
พอของมาเสิร์ฟ ปริมาณก็เยอะเหมือนเดิม ข้าวมาเต็มโถพูนๆ อุตส่าอธิบายไปตั้งนาน (แน่นอนว่าใช้ google translate+ภาษามือ) เจ๊คงไม่เข้าใจผมสินะ

พอกินข้าวเสร็จก่อนกลับห้องพักผ่อนก็ไปคุยกับพนักงานโรงแรม ขอให้จองแท็กซี่ไปส่งสถานีรถไฟ Huanglongjiuzhai พรุ่งนี้เช้าหน่อย พอตกลงราคาได้รถเรียบร้อย ผมก็เข้าห้องพักผ่อน เป็นอันจบทริปวันที่ 3 ในจีน
เป็นอันจบ EP.1/2 ผมแบ่งเป็นสองตอนเพราะเดี๋ยวมันจะยาวไปหน่อย สำหรับตอนต่อไปผมจะกลับเข้าในเมืองเฉิงตูแล้วแวะพักที่นั่นหนึ่งคืน ก่อนที่จะเดินทางไปเที่ยวสี่ดรุณีต่อวันรุ่งขึ้น ไปตามอ่านต่อได้ที่ EP.2/2 ครับ
Between Journeys
วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.35 น.

![cover เที่ยวเฉิงตู 8 วัน 7 คืน ด้วยตัวเองแบบไม้ง้อทัวร์ EP.1/2 [การเตรียมตัว-จิ่วจ่ายโกว-หวงหลง]](https://asset.readme.me/files/47814/cover.jpg?v=662f5f59)





