ความดีงาม...อย่างนึง ของการที่เป็นคนชอบทาน ชอบพักผ่อน
และชิลกับบรรยากาศ ใหม่ ๆ คือการได้เสาะแสวงหาร้านอาหาร ที่พัก และ LifeStyle Activitis ใหม่ ๆ
เข้ามาเติมเต็ม...ตารางว่าง ใน ทุกๆ วีคเอนด์ อยู่เสมอ
ในส่วนของ โรงแรม เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ...ผมยังถือว่าเป็นโรงแรมใหม่
เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2557 ครบรอบ 2 ปี พอเหมาะพอดี
เมื่อวานที่ผ่านมา *
"ซันเดย์บรันช์ .... ของที่นี่ เป็นหนึ่งใน Wish List
ที่ผม...โน๊ตเอาไว้ ว่าต้องมาลองสักครั้ง จากที่ได้สดุดตา
กับภาพไลน์อาหารสด ๆ และ บรรยากาศห้องอาหารติดสระว่ายน้ำเห็นวิวสนามกอล์ฟ"
จังหวะพอดี กับที่ทาง เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ ได้เชิญผมมาลองทาน
ซันเดย์บรันช์ ซึ่งกำลังนำเสนอในธีมอาหารอิตาเลียน เลยเป็นโอกาศดี
ที่ผมจะได้เอามาเล่าให้ทุกคน ได้ลองอ่านและรับชมภาพกันดูครับ ...
Location: Latest Recipe l Lobby floor
Hours: 12:00 - 15:00
Seating: Indoor + Outdoor
Price :
THB 2,200++ per person include soft-drinks
THB 2,700++ per person include full open barโรงแรม เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ (Le Méridien Suvarnabhumi)
อยู่ในเขตบางพลี จ.สมุทรปราการ โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ของสนามกอล์ฟซัมมิท วินด์มิลล์
การขับรถส่วนตัวมาที่นี่ ดูจะเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุด
ทางเข้าโรงแรม สำหรับผู้ที่เพิ่งเคยมาครั้งแรกอย่างผม อาจจะต้อง
หันมองหน้าจอ Navigator ในรถอยู่บ่อยครั้งว่า มาถูกทางจริง ๆ
ผมขับเข้ามาทาง ถนนเส้น บางนา-ตราด จากเส้นทางหลักมา
ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ก็มาถึงยังตัวโรงแรม
เมื่อเดินทางมาถึง ก็ตรงเข้าไปยังห้องอาหาร Latest Recipe ที่อยู่เลยโถงล็อบบี้เช็คอินไปเพียงอึดใจ
และพาเด็ก ๆ มาเล่นที่ Kid Club ของทางโรงแรมได้
และสนามกอล์ฟ ทำให้การตัดสินใจเลือกโต๊ะอาจจะต้องใช้เวลาสักนิด
เนื่องจากความน่าดึงดูดของสถานที่
บรรยากาศภายในห้องอาหารเลเทส เรซิพี ให้ความรู้สึกโปร่ง โล่ง แบบสบายๆ
ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ตกแต่งภายในบ้าน และเครื่องครัวอยู่ทั่วบริเวณ
เน้นโทนสีแบบอบอุ่น และใช้แสงจากด้านนอกเป็นหลัก
- Seafood on Ice
- Drink
- Salad Station
- Cheese Station
- Bread Station
- BBQ Station
- Italian Station
- Thai Cuisine Station
- Japanese Cuisine Station
- Carving & Live Station
- Cold Cuts Station
- Dessert
ยาวเหยียดเลย *.*
เรามาเริ่มกันที่ Seafood on Ice กันก่อนเลยดีกว่า
ซีฟู๊ดออนไอซ์ มีทั้งกุ้งลายเสือตัวโต ๆ, หอยนางรมฟินเดอแคลร์ (Fine de Claire) , ปูอลาสก้า
อาหารทุกอย่าง สัมผัสได้ว่ามี กระบวนการคัดสรรมาค่อนข้างดี ทั้งขนาดและคุณภาพ
ตั้งแต่ทางเข้าห้องอาหาร ถือได้ว่าเป็นจุดที่เรียกความน่าสนใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เครื่องดื่มที่เป็น Soft drinks ของที่นี่ มีทั้งน้ำกระเจี๊ยบ, ฝรั่ง, และน้ำพันซ์ มีความละมุนลิ้นมากๆ
ด้วยความที่ไม่หวานจัด ออกแนวธรรมชาติๆ จริงๆ
หากจะเลือกทานเป็นเครื่องดื่มแบบ Sparkling มาดื่มคู่กับอาหารอร่อย ๆ ก็จะเป็นมื้ออาหารที่มีความสุขสุดๆ เช่นกัน
มุมสลัดบาร์ ก็มี Red/Green Oak, Red/Green Coral, Rocket และน้ำสลัดหลากหลายแนว
เข้ากับยุคสมัยเมนูเพื่อสุขภาพ โดยจะมีการจัดผักต่างๆ บรรจุไว้ในตะกร้า...
เสมือน...เป็นผักสดที่เพิ่งผ่านการเก็บมาจากฟาร์มแบบออร์แกนิค
รูปแบบการปรุงก็มีให้เลือกมากมาย เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานเมนูสลัด เพราะจะได้ลองเมนูสลัดใหม่ๆ ด้วย
ซุ้มบาร์บิคิว (BBQ) จะตั้งอยู่อีกด้านของห้องอาหาร มองเห็นวิวสระน้ำใกล้ๆ
ให้ฟิลลิ่งราว ๆ กำลังทานอาหารอยู่ริมทะเล มีให้เลือกหลากหลายพอสมควร
ทั้งกุ้ง หอย ปลา ปลาหมึก ไก่ เนื้อวัว เนื้อแกะ หมู ไก่ เรียกได้ว่านำขบวนมากันเต็มพื้นที่ทีเดียว
ผมรู้สึกว่าดูจำกัด ๆ น้อยไปนิดนึง และถ้าเสิร์ฟเป็นจานแยก
และมีการ decorate จานให้ดูสวยหน่อย จะทำให้รู้สึกถึงความพิเศษ
ในเมนู Complimentary นี้มากขึ้นครับ
ไลน์อาหารไทย สังเกตุได้ง่ายๆ เพราะจะมองเห็นครก !!! เครื่องครัวแบบไทยๆ อย่างชัดเจน
มุมนี้จะปรุงส้มตำได้ด้วยตนเอง หรือถ้ายังไม่พร้อมสำหรับการแสดงฝีมือ ก็สามารถเรียกพนักงานให้ปรุงให้ก็ได้เช่นกันครับ
กลิ่นเครื่องส้มตำ ช่างเย้ายวนใจจริงๆ โดยเฉพาะกลิ่นมะนาวที่ได้กลิ่นทีไร รู้สึกตื่นตัวขึ้นทุกครั้ง
เสียงตำ ป๊อกๆๆ ก็ยิ่งดึงดูดให้เดินเข้าไปหา สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้กับความหอมของเครื่องปรุง
เมนูอาหารก็มีมากมาย สามารถอ่านได้จากป้ายเมนู หรือ ถามจากพนักงานโดยตรงก็ได้เช่นกัน
ไลน์อาหารญี่ปุ่น ถือว่ามีความเด็ดมากทั้งซูชิ และซาซิมิ นำปลาคุณภาพดีมากมาลงในไลน์อาหาร
ปลามีความสด หวานอร่อย ถือได้ว่าเป็นพาเหรดซาชิมิเลยก็ว่าได้ งานนี้ ผมก็ไม่พลาดที่จะลิ้มลอง
ผมขอ #recommend ครับ Station นี้
ได้เลยนะครับ ว่าสามารถนำมาปรุงอะไรได้บ้าง...
เด็ดสุด !!! คือ Made to Order อยากทานอะไรล่ะ ??? เชฟจัดให้ทุกอย่าง
เมื่อปรุงเรียบร้อยจะถูกนำมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ ....... ตรงนี้มีความพีคจริงๆ ครับ
เมนูที่ผมชอบมากๆ ในไลน์อาหารญี่ปุ่นคือ เมนูซูชิปลาไหลครับ
เมื่อเห็นปลาไหลพร้อมอยู่ในตู้แช่ขนาดนั้นแล้ว จะไม่ให้สั่งก็คงไม่ได้แล้วล่ะครับ
เลยจัดมาเลย ทางเชฟก็จะถามว่าต้องการจำนวนเท่าไร ก็สามารถแจ้งได้ทันทีครับ
ไลน์อาหารโคลคัท เป็นเมนูที่นำมาทานกับขนมปัง โดยนำเข้าหลักๆ มาจากอิตาลี
แหล่งวัตถุดิบชั้นดีของอาหารแนวนี้ ที่นี่มีเมนูให้เลือกหลากหลาย หั่นบางรอเสิร์ฟอยู่บนหินอ่อนเย็น
แนะนำให้มาชิมดูนะครับ มีให้เลือกหลากหลายแบบดี
ถัดมาอีกด้านหนึ่งก็จะเห็นไลน์ชีส ถูกนำมาตั้งเรียงกันเป็นแถว
อยากลองชิมแบบไหน สามารถตัดแบ่งได้เลยทันทีครับ งานนี้ก็ไม่พลาดอีกเช่นกัน
ตัดอย่างละนิดละหน่อย วางใส่จาน เพื่อนำมาลองชิม
โดยพนักงานจะทำการสไลด์กองไว้ให้ สามารถหยิบทานได้ตามความพอใจ
พาร์ม่าแฮม ของที่นี่มีกลิ่นและรสชาติดี คล้าย ๆกับที่เค้าเอาไว้ใส่บนพิซซ่า เป็นไอเท็มเด่น
ที่ผมแนะนำครับ
ถ้ามองเรื่องโภชนาการของแฮมตัวนี้ จะมีกรดโอเลอิคสูง ซึ่งเป็นสารตัวเดียวในน้ำมันมะกอก
มีคลอเรสเตอรอลต่ำ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นแฮมหนึ่งเดียว ที่สามารถรับประทานพร้อมๆ กับการมีสุขภาพที่ดีได้
ไลน์ขนมปังก็มีให้เลือกประมาณนึง สามารถนำไปทานคู่กับแฮม กับชีส กับโคลคัท
หรือทานเปล่าๆ ก็อร่อยเช่นกัน บรรยากาศของไลน์อาหารนี้ เหมือนตัวเองไปอยู่หน้าเตาที่เพิ่งอบขนมเสร็จใหม่ๆ
Beef Tartares & Foie gras terrine เป็นเมนูเด่นสำหรับไลน์อาหารอิตาเลี่ยน
สำหรับคนที่ชอบเมนูเนื้อสับหรือฟัวกราส์ ต้องลองเลยนะครับ ทานคู่กับแตงกว่าดอง เพิ่มอรรถรสของอาหารได้เป็นอย่างดี
อาหารอบชิ้นใหญ่ แล่ หั่นเสิร์ฟ พร้อมเมนู A La Carte ให้สั่งทำกันใหม่ ๆร้อน ๆ จานต่อจาน
จากนั้นเชฟจะเริ่มปรุงแล้วนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะ
- Fried hot southern chili paste with chicken
- Thai crap with chicken and shrimp
- Japanese curry with Grilled Salmon
- Green Curry with Mushroom
- Stir fried Pork Ribs
-Roasted Beef
-Grilled Italian Sausage
-Roasted honey ham
-Baked seabass
-Shrimp rice cracker
-Vegetable Spring roll
-Pizza
ผมถึงกับสั่งจานที่สองต่อเลย เสิร์ฟคู่กับซอสฟักทอง ผมชอบทานกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดส์มากกว่า
เลยเอามาจิ้มน้ำจิ้มซีฟู๊ดส์ แทน : D
ของหวาน จัดออกมาได้น่าทานดีครับ แต่ละอย่างทำออกมาขนาดพอดี ๆ
ทำให้สามารถทานได้หลายอย่าง เพราะ เมนูหลักก็จัดกันมาเยอะพอควร
ผมชอบเมนู Pitacio Mousse
- Carving & Live Station รออาหารไม่นาน เชฟทำเร็ว ได้ทานเมนูใหม่ๆ ร้อน ๆ เมนูต่อเมนู
- ไลน์อาหารญี่ปุ่น สดและคุณภาพดีมาก
- ชีทบาร์และโคลคัท หลากหลายและคัดรสชาติมาได้ดี
- บาร์บีคิว มีตัวเลือกเยอะดี
- มี Lobster ให้เป็น complimentary คนละครึ่งตัว
- สามารถพาเด็ก ๆ ไปเล่นที่ Kid Club ของทางโรงแรมได้
- สามารถใช้สระว่ายน้ำของทางโรงแรมได้
- ซันเดย์บรันช์มีทุกวันอาทิตย์เริ่มตั้งแต่ 12.00 น. - 15.00 น.
- ราคา 2,200++ บาท/ท่าน (รวมเครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ)
- ราคา 2,700++ บาท/ท่าน (รวมเครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งค็อกเทล เบียร์ และไวน์)
^) ขอบคุณ โรงแรม เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ สำหรับซันเดย์บรันช์ อร่อย ๆ มื้อนี้
^) ขอบคุณ Readme สำหรับพื้นที่แชร์เรื่องราวดีดี
^) ขอบคุณ ทุกท่านมาก ๆ ที่ติดตามอ่าน และ พูดคุยทักทายกันเสมอมา
ขอบคุณจากใจจริง แล้วเจอกันในกระทู้หน้าครับ
: )
SOtraveler.COM
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เวลา 23.44 น.