"ทุกความรัก มีความอดทนอยู่ในนั้น" เรากำลังพูดถึง ความรักในการเดินทาง ความรักในการออกไปพบเจอเรื่องราวใหม่ ๆ ความรักในการผจญภัย ทุกคนรู้ไหม? ว่ามันไม่ง่ายเลยนะ ที่เราจะพาตัวเองออกเดินทางได้บ่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ วิธีที่จะมีความสุขในแบบของเราคือ ทำสิ่งที่ชอบให้บ่อย ถอยจากสิ่งที่ไม่ชอบ ทำสิ่งที่ชอบให้บ่อยขึ้น ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น บนเส้นทางที่เชื่อและชอบ และเราก็จะชอบชีวิตตัวเอง อดทนนะ ฮึบบบบบ
สวัสดีปีใหม่อย่างเป็นทางการนะคะทุกคนนนนนน คิดถึงการเดินทางกันไหม? ชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง? ได้ทำสิ่งที่ชอบอยู่ไหม? หรือมีเรื่องให้ต้องเสียสละเพื่อใครหรือเปล่า? ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนดีเสมอ วางใจลงและไปเที่ยวด้วยกันนะ ขอให้มองเห็นความสวยงามค่า
ทริปนี้เราไปกันที่ จังหวัดเชียงใหม่อีกแล้ว เป้าหมายของทริปนี้คือ ไปถ่ายรูปกันต้นไม้ที่น่าจะถูกถ่ายเยอะที่สุดในตอนนี้ และชมพระอาทิตย์ตกที่สวยมาก ๆ แห่งหนึ่งของไทย บนยอดเขาโมอาย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 600,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่าของอำเภอพร้าว อำเภอแม่แตง และอำเภอเชียงดาว นั่นคือ "อุทยานแห่งชาติศรีลานนา" นั่นเอง






Blog นี้ จะแบ่งเป็น 4 Part ตามนี้เลยจ้า




ทริปนี้มีสมาชิก 9 คน คือ 1. บัส 2. เม่น 3. ใหม่ 4. พี่รมย์ 5. น้องดรีม 6. น้องไอซ์ 7. อาจารย์อ้อ 8. ลูกแพร์ และ 9. พี่เปี๊ยก ในสมุดรอบนี้ไม่มีรูปบัสเนื่องจากเป็นสมาชิกที่มาเพิ่มระหว่างทาง จากคนขับสู่เพื่อนร่วมทริป "ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ลุยให้สุดไปเลย"

พร้อมแล้ว เริ่มกันเลย

โดยปกติ เราก็จะวางแพลนคร่าว ๆ ไว้ แต่ถึงเวลาจริง ๆ ก็ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ และมีหลายอย่างอาจจะผิดแผนไปเลยก็มี แต่อยากแบ่งปันให้ทุกคนได้ดู ใครจะเอาไปปรับใช้ก็เชิญตามสบายเลยจ้า อ้ะ ๆ เห็นแบบนี้ใครอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเป็นทัวร์ของเพจไหนหรือเปล่า รายละเอียดเพียบเลย ออกตัวก่อนว่าไม่ใช้น้าาาา ก่อนจะชวนเพื่อน ๆ เราก็ต้องเตรียมตัวตอบคำถาม ทำแบบนี้ก็จะตอบคำถามได้ง่ายขึ้น และบวกกับเครื่องมือที่ทันสมัยขึ้นด้วยมั้ง ทำอะไรมันก็เลยดูง่ายไปหมด




ไปดูเรื่องค่าใช้จ่ายกันบ้าง

ค่าใช้จ่ายที่วางไว้ กับค่าใช้จ่ายจริง ค่อนข้างเป็นไปตามคาด กินดีอยู่ดี พักผ่อนปลอดภัย ตกคนละ 3,500 บาท รวมทุกอย่าง (ค่าใช้จ่ายที่วางไว้มีแค่อาหารบางมื้อเท่านั้นน้า)

ค่าใช้จ่ายจริง หาร 8 คน ไม่รวมคนขับ พวกเราช่วยเฉลี่ยจ่ายกัน ราคาค่อนข้างคุ้มค่าเลยล่ะ


- ถ้าจะให้สวย ไม่ควรไปช่วง มี.ค. - เม.ย. เพราะน้ำจะแห้ง
- ควรจองล่วงหน้า พวกเราเลือกจองที่พัก เรือ และคนนำทาง จาก เพจ แม่ปั๋ง แคมป์ปิ้ง เพจ แม่ปั๋ง แคมป์ปิ้ง โทร. 061 178 4777
- แม่ปั๋งแคมป์ปิ้ง มีลาน 3 ลาน มีสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้า ร้านอาหาร คาฟ่ สระว่ายน้ำ และเป็นส่วนของท่าเรือด้วย ส่วนลานที่เราไปพัก คือ ดอยสวรรค์ แม่ปั๋ง แคมป์ปิ้ง ซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกัน อยู่ห่างออกไป 5 กม. ถนนลูกรัง (รถตู้บางจุดต้องลงเดินเพื่อเพิ่มความสูงให้รถได้ไปต่อ) วิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยมาก ๆ แต่ไม่มีไฟฟ้า ร้านอาหาร คาเฟ่ แต่มีห้องน้ำและน้ำสะอาดให้ อัตราค่าบริการเท่ากับลานด้านล่าง ควรเลือกให้เหมาะกับความต้องการของตัวเองน้า
- มีท่าเรือให้บริการหลายเจ้า ข้อมูลเพจของอุทยานฯ ลงรายละเอียดอัพเดตให้ตลอด เพจ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา
- ทางเข้าไปชมต้นฉำฉา และจุดเริ่มเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาหนามเหล็ก (ยอดเขาโมอาย) ไม่มีทางบก ต้องนั่งเรือเข้าไปเท่านั้น
- ร้านข้าวขาหมูน้องพลอย เมนูหลากหหลาย ราคาถูก สะอาด ถ้าไม่รู้จะแวะไหน ไปลองแวะดู ถ้าใครต้องการซื้อเสบียงด้วย ควรปักหมุด ดังนี้


Day 0 : 23 มกราคม 2026
เลิกงานปุ๊บ ขับรถกลับบ้าน อาบน้ำแปลงร่างจากพนักงานออฟฟิศ เป็นชุดพร้อมนอนบนรถ 18.30 น. รถตู้มารับตามนัด ขนสัมภาระขึ้นรถและออกเดินทาง ไปรับสมาชิกตามแผน กินมื้อเย็นเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งร้านลูกชิ้นวีระ ถ้าเพื่อน ๆ ผ่านไปแถวแม่กลองลองไปกินดูนะ อร่อยมาก ได้บรรยากาศวัยเด็กสุด ๆ เพราะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวจีน ๆ สมัยก่อน ที่แต่ละร้านมักจะทำลูกชิ้นเอง ซึ่งร้านนี้ยังคงทำลูกชิ้นเองมาจนถึงทุกวันนี้ มีทั้งลูกชิ้นเนื้อ หมู ปลา และกุ้ง อาโหร่ยยยย


Day 1 : 24 มกราคม 2026
ดูนาฬิกา เริ่มออกนอกกรุงเทพฯ ประมาณ 20.30 น. มาเช้าแถว ๆ เชียงใหม่พอดี หมุดต่อไปคือแวะห้องน้ำและกินมื้อเช้าแสนอร่อย ร้านที่ตั้งใจไปดันปิด ส่วนตัวมองว่าร้านอาหารเช้าจากเชียงใหม่ไปพร้าว หาแวะค่อนข้างยาก บางร้านเปิดสายกว่าที่เราจะไปถึง แต่ไปเจอร้านข้าวขาหมูน้องพลอย เมนูหลากหลาย และไม่น่าเชื่อว่าอร่อยทุกอย่าง ตั้งใจปักไปเลยก็ได้ไม่ผิดหวัง



ถ้าใครจะซื้อเสบียงด้วย แนะนำว่า ให้แวะซื้อของก่อน เพราะถ้าจะกินมื้อเช้าเสร็จแล้วย้อนกลับมาแบบเรา ใช้เวลาเกือบ 10 นาที ไปกลับก็ 20 นาทีเลย แต่พวกเราไม่ซีเรียสปรับตามสถานการณ์กันไป
ตลาดชื่อ ตลาดเจดีย์แม่ครัว เป็นตลาดสด และค่อนข้างใหญ่ ที่สำคัญ มีโลตัส โกเฟรช ด้านซ้ายของตลาด และมีเซเว่น ด้านขวาของตลาด มีครบที่ต้องการ

ระยะทางอีกกว่า 60 กม. บนทางคดเคี้ยว พวกเราใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ชม. เพื่อไปถึงที่พัก ไม่ใช่เพราะระยะทางที่ไกล แต่เป็นเพราะแค่ 2 กิโลสุดท้ายตรงทางขึ้นนี่ล่ะ ที่เป็นทางลูกรังแบบ ลูกรังเกิ๊น บางจุดต้องลงเดินเพื่อช่วยเพิ่มความสูงของรถ เนื่องจากทางโดนน้ำฝนเซาะจนเป็นร่องใหญ่ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะทุกคนช่วยกัน

เมื่อถึงที่พัก รู้สึกสงบมาก สวยสดชื่น และไม่แปลกใจเลยที่บนนี้ไม่มีใครเลยนอกจากพวกเรา 9 คน เพราะกว่าจะมาถึงช่างยากเย็น เราช่วยกันกางทาร์ปก่อนเป็นอย่างแรก หลังจากนั้นก็กางเต็นท์ของตัวเอง แยกย้ายกันไปอาบน้ำ และกินมื้อกลางวันเป็น ถ้วยร้อยรสก๋วยเตี๋ยวเรือ แซ่บและสะดวกมาก


แม้แดดจะร้อน แต่อุณหภูมิดีต่อใจมาก

เนื่องจากพวกเราจองเรือไว้รอบ 15.30 น. และตั้งใจจะอยู่บนเขาจนถึงพระอาทิตย์ตก ทำให้กังวลว่าถ้าหากใช้รถตู้กลับขึ้นมาในตอนค่ำจะเกิดอันตรายได้ จึงโทรไปยังที่พักเพื่อขอติดต่อรถกระบะเช่าสำหรับรับ - ส่ง พวกเราไปยังท่าเรือ แต่ทางที่พักจัดรถของแม่ปั๋งแคมป์ปิ้งมาให้เลย โดยไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังขึ้นมาดูแลโดยการ บรรทุกน้ำสะอาดมาเติมในแทงก์น้ำเพิ่มให้อีกด้วย พวกเราถ่ายรูประหว่างรอน้ำเต็ม

กระบะซิ่งของแทร่ วิ่งอย่างไรไม่ให้ฝุ่นตามทัน

เมื่อมาถึงท่าเรือ ก็ส่งตัวแทนทำการลงทะเบียนลำละหนึ่งคน

ออกเรือได้ไม่นานก็จะมาถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยาน คนละ 30 บาท ใครมีสมุดอุทยานฯ สามารถประทับตราได้ที่จุดนี้




ถึงแล้วต้นฉำฉากลางน้ำ ต้นใหญ่มาก กิ่งก้านสาขาสวยสมคำล่ำลือ







เราใช้เวลากันไม่นาน และล่องเรือต่อไปยังจุดเริ่มเดิน ระหว่างทางเราก็ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง




ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงยังจุดเริ่มเดิน เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาหนามเหล็ก (ยอดเขาโมอาย)


สำรวจกันอีกที น้ำดื่ม ไฟฉาย พร้อมกันหรือยัง ถ้าพร้อมแล้ว เราไปกันเลยยยค่าาาา

ระยะทางประมาณ 1.2 กม. เดินไต่ความชันขึ้นเรื่อย ๆ



ช่วงท้าย ก่อนถึงยอดโมอายเป็นเขาหินปูนค่อนข้างอันตราย ที่ยืนที่จับไม่ค่อยจะมี แต่วิวสวยมาก ถ่ายรูปกันอย่างระมัดระวังน้า




ถ่ายโมอายเวอร์ชั่นพร้าว และถ่ายกับโมอายด้วย




พวกเราหาที่ยืน ปักหลักรอจนกว่าจะถึง Magic Hour แล้วก็ไม่ผิดหวัง พระอาทิตย์ตกที่เราเห็นสวยกลมโตทุกวัน ในวันนี้มันสวยยิ่งกว่าทุกวันอีก เราขอยกให้เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยปังที่สุดแห่งหนึ่งที่เราเห็นมาเลย






ก่อนพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า พวกเราพาตัวเองมายังจุดปลอดภัยก่อน จะได้ไม่อันตรายเวลาเดินลงในตอนค่ำ ทางมืดตึ้ดตื๋อ ถ้าไม่มีไฟฉายคือไม่เห็นอะไรเลย ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชม. ก็ลงมาถึงยังจุดขึ้นเรือ รอเรือมารับสักครู่หนึ่ง และกลับไปยังท่าเรือ



เมื่อถึงท่าเรือเราก็ไปแจ้งความพร้อมว่าเราพร้อมกลับไปยังดอยสวรรค์แล้วนะ ทางที่พักก็จัดเตรียมรถซิ่งคันเดิมไปส่งเราอีกครั้ง ซิ่งแบบหนาวหูชามาก เมื่อมาถึงแคมป์ เราก็ช่วยกันเตรียมผัก แกะไส้กรอก เพื่อต้มชาบูกินกันอย่างอร่อย


อากาศหนาวแต่บรรยากาศอบอุ่นมาก มีเพลงที่พวกเราเล่นกันเอง และมีควันหลงจากปีใหม่ พวกเรานัดกันแลกของขวัญซึ่งจะเตรียมมาครบตามจำนวนคน แต่ละคนเตรียมของขวัญมาได้น่ารักมาก ๆ เลย ขอบคุณและสวัสดีปีใหม่น้า


คืนที่สุขใจฉันนั่งมองดาว ถ้าเห็นในรูปสวยเท่าไร ของจริงสวยแบบคูณไปอีกสิบ คืนนี้หลับฝันดีแน่นอน





Day 2 : 25 มกราคม 2026
อรุณสวัสดิ์ เช้านี้เป็นเช้าที่โคตรจะดีไม่แพ้เมื่อคืนนี้เลย คำทักทายแรกจากการเปิดเต็นท์คือหยดน้ำค้าง ทะเลหมอก และพระอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น





ทุกคนต่างออกจากเต็นท์มาสูดอากาศยามเช้ากันแบบฉ่ำปอด






เป็นเช้าที่ดีมากจริง ๆ








เราใช้เวลากันแบบชิว ๆ ก่อนที่จะเก็บสัมภาระ และมาต้มถ้วยร้อนกินกันคนละถ้วยเติมพลัง



และเนื่องจากเดือนนี้เป็นเดือนเกิดของอาจารย์อ้อ เราจึงมีเซอร์ไพร้ส์เล็ก ๆ น้อย ๆ มอบให้เป็นของขวัญด้วย จากคำพูดเล่นเล็ก ๆ ที่บอกว่าจะไปภูกระดึงด้วยกันเมื่อ 10 กว่าปีมาแล้ว มาถึงวันนี้ ไม่รู้ว่ากี่ปีผ่านไปแล้วเพราะไม่เคยนับ จากลูกศิษย์คนนึง ขอให้อาจารย์สดใสและมีความสุขมาก ๆ นะคะ ไอเลิฟยูน้าาาาาา

เก็บสัมภาระเตรียมตัวออกเดินทางต่อ ดงหญ้าเจ้ากรรม ทำร้ายลูกแพร์ได้ลงคอ ติดหนึบบบบบบ ต้องนั่งดึงทีละเม็ด


จุดที่ลงรถเพื่อให้รถสูงขึ้น เพื่อน ๆ ก็มารุมช่วยกันแกะออกให้ โมเม้นต์นั้นตลกมาก เงยหน้ามาอีกที รถตู้หายไปไกลแล้ว

สามัคคีคือพลัง หญ้าหายเกลี้ยงงงงง พวกเราเดินตามไปขึ้นรถ อันที่จริงสำหรับแพลนตอนเช้านี้ เดิมทีตั้งใจว่าจะไปชมสวนดอกไม้กันที่แม่ริม แต่ด้วยความที่เห็นว่าที่ท่าเรือแม่ปั๋ง มีคาเฟ่ มีชากาแฟให้ดื่ม อีกทั้งยังมีเวลาจำกัดขึ้น เนื่องจากเราชิวกันเกิน และบวกกับอากาศที่เริ่มจะร้อนละ จึงไม่ไปสวนดอกไม้แล้ว ไปกินกาแฟแล้วเดินทางต่อยาว ๆ กันดีกว่า




จากนั้นก็นั่งฟังเพลงชิว ๆ ไปบนรถ มุ่งหน้าสู่ ห้วยตึงเฒ่า เพื่อทานมื้อกลางวัน เราเลือกร้านมาจากบ้านแล้ว ดูรูปและรีวิวมานิด ๆ หน่อย ๆ คุ้มค่า คุ้มราคา เมนูหลากหลาย มีอาหารจานเดียว และมีอาหารจานใหญ่ ระหว่างทางก่อนจะถึงเราสามารถโทรสั่งล่วงหน้าได้ด้วย มาถึง นั่งโต๊ะปุ๊บ เสิร์ฟปั๊บ ร้านเบอร์ 13 รสชาติอร่อยใช้ได้เลย

บรรยากาศชิวมาก อิ่มเพลินกันเลยทีเดียว

ลืมบอกไปว่าเข้าห้วยตึงเฒ่ามีเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าสถานที่คนละ 20 บาทน้า กินอิ่มแล้วสามารถไปถ่ายรูปดับแก๊งคิงคองยักษ์ได้ และด้วยความที่เสียเงินไปแล้ว พวกเราก็แวะไปถ่ายกันคนละแชะสองแชะ


หลังจากนั้นก็มุ่งหน้ากลับกทม. แวะซื้อของฝากตลาดทุ่งเกวียน แวะกินมื้อค่ำที่กำแพงเพชร และหลับต่อยาว ๆ กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ถึงกรุงเทพฯ เที่ยงคืนโดยประมาณ ถึงราชบุรีตีสองพอดีเด๊ะ
ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้า ทริปนี้ลาไปก่อน สวัสดีปีใหม่ค่า
Charri
วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เวลา 10.48 น.







