
🇳🇴 Norway (Lofoten & Narvik)
Lofoten Islands
- Hamnøy – หมู่บ้านบ้านแดง iconic ของนอร์เวย์
- Reine – หมู่บ้านที่วิวสวยที่สุดใน Lofoten
- Sakrisøy – หมู่บ้านสีเหลืองเอกลักษณ์
- Nusfjord – หมู่บ้านประมงโบราณที่อนุรักษ์ดีที่สุด
- Henningsvær – หมู่บ้าน + สนามฟุตบอลกลางทะเล
- Ramberg Beach – หาดทรายขาว น้ำสีฟ้าแบบมัลดีฟส์
- Fredvang Bridges – สะพานโค้งวิวสวย iconic
Narvik & Route
- Narvik – เมืองฟยอร์ดสำคัญ + ประวัติสงครามโลก
- Tjeldsund Bridge – สะพานเชื่อมแผ่นดินกับเกาะ
- Svolvær Harbor – เมืองท่าหลักของ Lofoten

🇸🇪 Sweden Stockholm
- Gamla Stan (Old Town) – เมืองเก่าศตวรรษที่ 13 จุดกำเนิดของ Stockholm
- City Views (Stockholm) – จุดชมวิวเมืองบนหมู่เกาะ สวยที่สุดตอนพระอาทิตย์ตก
- Stockholm Metro (Art Subway) – รถไฟใต้ดินที่เป็นแกลเลอรี่ศิลปะยาวที่สุดในโลก
- Moderna Museet – พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ระดับโลก
- Nationalmuseum – ศูนย์รวมศิลปะคลาสสิกของสวีเดน
North Sweden / Lapland
- Abisko – จุดล่าแสงเหนือดีที่สุดของโลก
- Gammelstad Church Town – หมู่บ้านโบสถ์มรดกโลก
- ICEHOTEL (Jukkasjärvi) – โรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของโลก
- Kiruna – เมืองเหมืองแร่ที่กำลังย้ายทั้งเมือง
- Jukkasjärvi Church – โบสถ์ไม้เก่าในเขตอาร์กติก
ทริปนี้เราเลือกบิน Business Class กับสายการบิน Thai Airways เส้นทาง กรุงเทพ–สตอกโฮล์ม เป็นตัวเลือกที่ “ลงตัวมาก” ด้วยเที่ยวบินตรง นั่งสบายไม่ต้องต่อเครื่อง ช่วงเวลาบินดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ และคุณภาพการบริการระดับพรีเมียมตลอดการเดินทาง ที่ทำให้การเดินทางกว่า 10 ชั่วโมงสู่ยุโรปเหนือ สะดวกสบายและแพลนเที่ยวได้ง่ายแบบลงตัวสุด ๆ
ไฟลท์เป็นช่วงกลางคืน บินรอบดึกไปถึงตอนเช้า พอดีลงเครื่องแล้วสามารถออกเที่ยวต่อได้เลย ไม่เสียเวลา และไม่รู้สึกเหนื่อยเกินไป เหมาะมากสำหรับคนที่อยากใช้เวลาเที่ยวได้เต็มที่ตั้งแต่วันแรก
พร้อมการบริการแบบ Full Service ที่ใส่ใจตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง พนักงานทุกคนยิ้มแย้ม เป็นมิตร ใส่ใจ และดูแลผู้โดยสารตลอดทั้งไฟลท์ อบอุ่นและน่าประทับใจ สะท้อนความเป็น Thai Hospitality ได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของสายการบินไทย
และสำหรับสมาชิก Royal Orchid Plus ก็สามารถเข้าใช้บริการห้องรับรองพิเศษ Royal Orchid Lounge ได้ มีที่นั่งสบาย ๆ พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม ให้ได้นั่งพักชิล ๆ ก่อนออกเดินทาง

สายการบิน: Thai Airways (การบินไทย) บินตรงทุกวันสู่เมืองหลวงประเทศสวีเดน
เส้นทาง: Bangkok (BKK) → Stockholm (ARN) กรุงเทพ – สตอกโฮล์ม (บินตรง)
ระยะเวลา: ประมาณ 10–11 ชั่วโมง (ขึ้นกับลมและฤดูกาล)
เครื่องบินหลัก: Airbus A350-900
คลาส: Royal Silk (Business Class) บินตรง นั่งสบายไม่ต้องต่อเครื่อง ช่วยประหยัดเวลาและลดความเหนื่อยจากการต่อเครื่อง โดยเฉพาะสำหรับทริปยุโรปเหนือ

Business Class: Royal Silk Seat & Cabin ที่นั่งแบบ Fully flat bed 180° นอนยาวสบาย Layout 1-2-1 → ทุกที่นั่งมีทางเดินออกเอง การพักผ่อนบนไฟลท์ สามารถนอนยาวได้จริง เหมาะกับไฟลท์กลางคืนไปยุโรป Noise level ค่อนข้างเงียบ เป็นหนึ่งในจุดที่ “ใช้งานได้ดีจริง” ของ Business Class นี้

Entertainment & WiFi มีจอส่วนตัว + หนัง/ซีรีส์ เพลงให้ฟังครบจบ พร้อมหูฟัง ช่องเก็บของและการจัดระเบียบดีและสะดวกสุดๆ

นั่งสะดวกสบาย พร้อมการบริการแบบพรีเมียม Full Service มี Amenity kit จาก Jim Thompson ที่มี eye mask, socks และของใช้ส่วนตัวที่ทำให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น

Food & Drink 🍽️ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของ Thai Airways โดยเฉพาะเมนูอาหารไทยที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมการคัดสรรเมนูระดับ Michelin Guide ที่ยกระดับประสบการณ์บนเครื่องให้พรีเมียมยิ่งขึ้น แถมรสชาติอร่อยแบบไม่ต้องลุ้น
อาหารและเครื่องดื่มมีเสิร์ฟให้แบบ Full Course Meal พร้อมเครื่องดื่มครบ ทั้ง Champagne และไวน์คุณภาพดี และในบางไฟลท์ของ Business Class ยังมีเมนูพิเศษอย่าง caviar ให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย ช่วยเติมเต็มการเดินทางให้รู้สึกพิเศษตั้งแต่บนเครื่อง

สามารถเข้าเช็คราคาและเที่ยวบินได้ที่เว็บไซต์การบินไทย
👉 จองเที่ยวบินไป สตอกโฮล์ม (ARN) คลิก : https://bit.ly/BKK-ARN
👉 หรือจะบินตรงไปเส้นนอร์เวย์ กรุงเทพ- ออสโล (OSL) คลิก https://bit.ly/BKK-OSL-Norway


✈️ Stockholm Arlanda Airport (ARN) สนามบินหลักของกรุงสตอกโฮล์ม อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กม. เป็นศูนย์กลางการบินระหว่างประเทศของสวีเดน ทันสมัย มีระบบขนส่งสาธารณะที่ให้บริการอย่างทั่วถึง เชื่อมต่อกับเมืองและจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว
การเดินทางเข้าเมือง: 🚄 Arlanda Express (เร็วสุด ~20 นาที) 🚆 รถไฟ + metro
🚌 Airport bus (แนะนำตัวเลือกนี้) 🚕 Taxi
🇸🇪 Sweden - Stockholm


เริ่มต้นทริปที่ Gamla Stan (Old Town, Stockholm) จุดกำเนิดของ Stockholm ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นศูนย์กลางการค้าและการปกครองในยุคกลาง เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างทะเลบอลติกกับทะเลสาบ Mälaren เต็มไปด้วยตรอกหินแคบ ๆ โบสถ์เก่า พระราชวัง และอาคารสีพาสเทล จุดเด่นคือ Stortorget Square ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง


Stockholm Metro (Art Subway) เริ่มสร้างช่วงปี 1950 และถูกพัฒนาให้เป็น “Longest Art Gallery in the World” โดยศิลปินกว่า 150 คน แต่ละสถานีมีธีมต่างกัน เช่น ถ้ำสีฟ้า สีรุ้ง งานแกะสลัก หรือ mural ขนาดใหญ่
สถานีดัง เช่น T-Centralen, Solna Centrum

Stockholm National Art Museum (Nationalmuseum) พิพิธภัณฑ์ศิลปะหลักของสวีเดน เปิดตั้งแต่ปี 1866 รวมผลงานศิลปะยุโรปตั้งแต่ยุคเรอเนซองส์จนถึงศตวรรษที่ 20 เต็มไปด้วยงานศิลป์ระดับโลก


Moderna Museet พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ เหมาะกับสายอาร์ต ก่อตั้งปี 1958 รวมผลงานศิลปินระดับโลก เช่น Picasso, Dalí ศิลปะร่วมสมัย โลเคชันเกาะ Djurgården


City Views (Stockholm viewpoints) Stockholm ตั้งอยู่บน 14 เกาะ ทำให้มีจุดชมวิวหลายแห่ง เช่น Monteliusvägen และ Skinnarviksberget อีกไฮไลท์คือมงกุฎสีทอง สัญลักษณ์มงกุฎ 3 อัน (Three Crowns) เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของสวีเดน บ่งบอกว่า…มงกุฏนี้ไม่ได้อยู่บนหัวใคร แต่ลอยอยู่เหนือเมืองทั้งเมือง


Gammelstad Church Town เกิดขึ้นในยุคกลาง (ประมาณศตวรรษที่ 15) เพราะผู้คนต้องเดินทางไกลมาร่วมพิธีทางศาสนา จึงสร้างบ้านพักรอบโบสถ์ ปัจจุบันเป็น UNESCO World Heritage มีบ้านไม้สีแดงกว่า 400 หลัง เรียงตัวรอบ Nederluleå Church ยังคงใช้ในเทศกาลสำคัญบางช่วง


ICEHOTEL (Jukkasjärvi) สร้างครั้งแรกในปี 1989 โดยศิลปินชาวสวีเดน และกลายเป็นโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของโลก สร้างจากน้ำแข็งแม่น้ำ Torne ทุกปี ดีไซน์ไม่ซ้ำกัน มีทั้งห้องพัก ห้องจัดแสดงศิลปะ และ ice bar พอถึงฤดูร้อนจะละลาย และสร้างใหม่ทุกฤดูหนาว

Jukkasjärvi Church โบสถ์ไม้เก่าแก่ในหมู่บ้าน Jukkasjärvi ทางตอนเหนือของสวีเดน เป็นศูนย์กลางศาสนาของชุมชนในเขต Lapland โบสถ์ไม้สีแดงสไตล์นอร์ดิก บรรยากาศเงียบสงบ ใกล้ ICEHOTEL


Abisko ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติในปี 1909 ถือเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของยุโรป สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติของเขต Lapland ทางตอนเหนือของสวีเดน พื้นที่นี้มี “microclimate” พิเศษ ทำให้ท้องฟ้าเปิดมากกว่าพื้นที่อื่น จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดดูแสงเหนือดีที่สุดในโลก โดยเฉพาะบริเวณ Aurora Sky Station รอบ ๆ เต็มไปด้วยภูเขา ทะเลสาบ Torneträsk และเส้นทาง trekking ระดับโลกอย่าง Kungsleden


Kiruna ก่อตั้งต้นศตวรรษที่ 20 จากอุตสาหกรรมเหมืองแร่เหล็ก (LKAB) ซึ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป เมืองกำลัง “ย้ายทั้งเมือง” เพราะพื้นที่เดิมทรุดจากเหมืองใต้ดิน ถือเป็นโปรเจกต์ย้ายเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก


Hamnøy หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ที่พัฒนามาตั้งแต่ยุคทำประมงปลา cod บ้านไม้สีแดง (rorbuer) เคยใช้เป็นที่พักชาวประมง ปัจจุบันกลายเป็นที่พักนักท่องเที่ยว วิวภูเขา + ฟยอร์ด ทำให้ที่นี่เป็นภาพ iconic ของ Lofoten


Nusfjord หมู่บ้านประมงตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และยังคงสภาพเดิมไว้ดีที่สุด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่อนุรักษ์ดีที่สุดในนอร์เวย์ มีทั้งโกดังปลา บ้านไม้ และท่าเรือแบบดั้งเดิม


Henningsvær หมู่บ้านเล็กที่มีทั้งธรรมชาติ + lifestyle เริ่มจากหมู่บ้านประมง ก่อนพัฒนาเป็นชุมชนศิลปะและท่องเที่ยวมีสนามฟุตบอลกลางเกาะที่โด่งดังไปทั่วโลก เต็มไปด้วยคาเฟ่ แกลเลอรี่ และบรรยากาศฮิป ๆ


Ramberg Beach เป็นชายหาดธรรมชาติของหมู่เกาะ Lofoten โดดเด่นด้วยทรายสีขาวและน้ำสี turquoise ทั้งที่อยู่เหนือ Arctic Circle วิวภูเขาหินด้านหลังทำให้ contrast สวยมาก ถือหนึ่งในหาดที่สวยที่สุดในโลกแบบไม่คาดคิด



Reine หมู่บ้านประมงเก่าแก่ที่เติบโตจากการจับปลา cod เคยถูกจัดอันดับเป็น “หมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์” มีภูเขาสูงชันล้อมรอบและฟยอร์ดลึก


Navik เมืองเล็กแต่มีทั้งประวัติศาสตร์และวิวระดับโลก มีบทบาทสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นท่าเรือส่งออกแร่เหล็กจากสวีเดน ล้อมรอบด้วยภูเขาและฟยอร์ด มี cable car ขึ้น Narvikfjellet เพื่อดูวิว


Fredvang Bridges ถนนธรรมดา…ที่วิวไม่ธรรมดา สร้างเพื่อเชื่อมเกาะใน Lofoten ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ดีไซน์โค้งรับกับภูมิประเทศ ทำให้กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม


Sakrisøy หมู่บ้านเล็กใน Lofoten โดดเด่นด้วยบ้านไม้สีเหลืองสดริมฟยอร์ด เดิมเป็นชุมชนประมงปลา cod ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดในนอร์เวย์


Svolvær Harbor เมืองท่าหลักของหมู่เกาะ Lofoten เติบโตจากอุตสาหกรรมประมง โดยเฉพาะปลา cod ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจนอร์เวย์ บรรยากาศเมืองท่าชาวประมงแท้ ๆ จุดเริ่มต้นกิจกรรมทะเล เช่น fishing / kayaking มีคาเฟ่และร้านอาหารวิวดี

Tjeldsund Bridge สะพานสำคัญเปิดใช้ปี 1967 เชื่อมแผ่นดินใหญ่กับหมู่เกาะ Lofoten ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้นอย่างมาก วิวฟยอร์ดกว้างสุดลูกหูลูกตา ถือเป็นอีกจุดแวะถ่ายรูปบนเส้นทาง Road Trip หนึ่งในเส้นทางเข้าสู่ Lofoten

บิน Business Class กับสายการบิน Thai Airways เส้นทาง กรุงเทพ–สตอกโฮล์ม เป็นตัวเลือกที่ “ลงตัวมาก” ด้วยเที่ยวบินตรง นั่งสบายไม่ต้องต่อเครื่อง ช่วงเวลาบินดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ และคุณภาพการบริการตลอดการเดินทาง ที่ทำให้การเดินทางกว่า 10 ชั่วโมงสู่ยุโรปเหนือ สะดวกและแพลนเที่ยวได้ง่ายแบบลงตัวสุด ๆ
สำหรับใครที่กำลังแพลนทริปไปเที่ยวในแถบสแกนดิเนเวีย ทางการบินไทยเขามีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยัง 3 เมืองหลักยอดฮิต คือ เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์, เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก สามารถเข้าเช็คราคาและเที่ยวบินได้ที่เว็บไซต์การบินไทย
👉 จองเที่ยวบินไป ออสโล (OSL) https://bit.ly/BKK-OSL-Norway
👉 จองเที่ยวบินไป สตอกโฮล์ม (ARN): https://bit.ly/BKK-ARN
👉 จองเที่ยวบินไป โคเปนเฮเกน (CPH): https://bit.ly/BKK-CPH
Getout Thailand
วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 11.31 น.





