คามิโคจิ (Kamikochi) จังหวัด Nagano
อยู่เขตอุทยานแห่งชาติ Chubu Sangaku ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น มีความสูงประมาณ 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้สภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ใครกำลังมองหาสถานที่ธรรมชาติที่เที่ยวแบบฮีลใจได้ ถือว่านี่คือ 1 ในตัวเลือกที่ดีมากทีเดียว 

และด้วยความที่คามิโคจิ ตั้งอยู่ระหว่าง เมืองมัตสึโมโตะ (Matsumoto) และทาคายามะ (Takayama) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากไปเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ แต่ถ้าใครอยากค้างคืน ภายในอุทยานฯ ก็มีที่พักไว้ให้บริการเช่นกัน

g2mw4p4zwlz2

การเดินทางมีหลายทางด้วยกัน สามารถเลือกเส้นทางที่สะดวกได้ ซึ่งสำหรับเรา เราเลือกไปนอนที่ทาคายามะ (Takayama) และเดินทางด้วยรถบัสในตอนเช้า เป็น One day trip ไปเลย ซึ่งสะดวก ไม่ต้องตื่นเช้า เดินทางไม่นาน ไม่เหนื่อยจนเกินไป เพราะอยากใช้เวลาเต็มที่ทั้งวัน
(หมายเหตุ: เราเดินทางไปวันที่ 31 พฤษภาคม 2025)

ส่วน 2026 คามิโคจิ (Kamikochi) เปิดตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน ถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2026 (ปิดหน้าหนาวเนื่องจากทางเดินจะอันตราย เนื่องจากหิมะ)

w3cb7tz53w36

ข้อมูลจาก https://www.gographjapan.com/kamikoc style="font-size: 12px;">hi/#

เราซื้อตั๋วที่ Takayama Station ช่วงเย็นก่อนวันเดินทาง
สามารถกดเลือกตั๋วและเวลาที่ต้องการ เป็น Self Service ดูรอบรถได้ที่ Website: https://www.nouhibus.co.jp/route_bus/kamikochi-line-en/#fare 
ตั๋วที่ซื้อเป็นแบบไป-กลับ มี 2 ต่อ คือตั๋วรถบัสไป Hirayu Onsen และตั๋วรถบัสต่อไปคามิโคจิ เราจะขึ้นรถบัสที่ Station 5 (Hirayu-Shinhotaka) ควรมาก่อนเวลารถออกอย่างน้อย 30 นาที เนื่องจากตั๋วจะไ่ม่ระบุที่นั่ง ใครมาถึงก่อนสามารถเลือกที่นั่งได้เลย (ไม่ไกลจากสถานี มี Family Mart แวะไปเติมของสำหรับการเดินทางได้เลย)

ebjuic7haxjm
21mbgf2665w6
j5ttwme8266r

เราออกเดินทางรอบ 07.50 น. ซึ่งจะเดินทางถึง Hirayu Onsen (H037) เวลา 08.45 น. อากาศช่วงปลายเดือนพฤษภาคม อาจจะลุ้นๆสภาพอากาศนิดหน่อย เพราะยังมีฝนบ้าง ระหว่างทางก็เขียวสมใจเรา

aarhy6y44c5v
dj4i116xbqgy

นั่งมองวิวเพลินๆประมาณ 1 ชั่วโมงก็เดินทางถึง Hirayu Onsen จุดเปลี่ยนรถบัสและจุดจอดรถก่อนเข้าสู่คามิโคจิ มีบริการลานจอดรถให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถยนต์มาเอง (คามิโคจิไม่อนุญาตให้ขับรถส่วนตัวขึ้น) มีสถานี ห้องขายตั๋ว ห้องน้ำ ร้านขายของฝาก ร้านอาหารและเป็นสถานีต่อรถบัสของ Nouhi Bus เพื่อเดินทางต่อไปยังอุทยานคามิโคจิ ดูรอบรถได้ที่ Website: https://www.nouhibus.co.jp/route_bus/kamikochi-line-en/

90hypcnwkrgd
5i6uoznodv05

หลังจากนั้นเราก็ขึ้นบัสรอบ 09.00 น. ต่อไปที่คามิโคจิ เดินทางประมาณ 15 นาที การท่องเที่ยวที่คามิโคจิ (Kamikochi) สามารถเที่ยวได้หลายเส้นทาง เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจขออนุญาตแชร์แผนที่ท่องเที่ยวตามรูปด้านล่างนี้ค่ะ
เส้นทางเดินที่เราเลือกคือเราจะลงรถป้ายแรก Taissyoike (K28)
Taisho Pond (1)
Tashiro Pond (2)
Hokata&Tashiro Bridge (3)
Kappa Bridge (4)
Unseen Point - Myojin Pond (5)
Kappa Bridge (4)
และกลับรถบัสที่ Kamikochi Bus station (6)
ระยะทางรวม 9-10 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง แบบไม่รีบ

ncgy14e475dp

ข้อมูลจาก https://www.gographjapan.com/kamikochi/#

พอเราลงที่ป้ายรถบัส Taissyoike (K28) เดินผ่านร้านค้าเข้าไปจะพบกับ บึงไทโช (Taisho Pond หรือ Taisho-ike) จะเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติของคามิโคจิ บึงไทโชเกิดขึ้นจากการประทุของภูเขาไฟยาเกดะเกะ (Mt. Yakedake) เมื่อปี ค.ศ. 1915 ลาวาและดินโคลนไหลลงมาปิดกั้นแม่น้ำอาซูสะ (Azusa River) จนกลายเป็นบึงกว้างใหญ่ มีฉากหลังเป็นวิวยอดเขา น้ำสงบนิ่งมาก อากาศวันที่เราไปอยู่ที่ 10 ปลายๆ ดีต่อการเดินที่สุดไปเลย 

ie7uqgltl7qw
r4v818hk53wl
lzolxt0fq95a
73r75odplpo1

เดินมาประมาณ 1.2 กิโลเมตรก็ถึงบึงทาชิโระ (Tashiro Pond) เป็นบึงน้ำใสสะอาดและพื้นที่ชุ่มน้ำ จุดเด่นของที่นี่คือบึงนี้ไม่เคยกลายเป็นน้ำแข็งแม้ในฤดูหนาวเนื่องจากมีตาน้ำแร่ใต้ดิน ทางเดินก็สะดวกสบาย อาจจะมีน้องลิงแสมญี่ปุ่นออกมาทักทายได้ (ระหว่างทางเราจะเจอระฆังสำหรับตีเพื่อไล่หมีด้วย ไม่ต้องตกใจนะคะ)

a4ka5tq2tq65
rf8urhq61rgz
vdwbhlzi6qm8
xsq9s03llc2h

เดินต่อมาอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะถึงสะพานทาชิโร่ (Tashiro Bridge) เป็นสะพานแขวนไม้ผสมโครงเหล็ก ที่มองเห็นวิวทุ่งหญ้าและป่าสนด้านหลังข้ามแม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) จุดนี้จะมองเห็นเทือกเขาโฮทากะ (Hotaka Mountain Range) แม่น้ำสีฟ้าใสสะอาดมาก บรรยากาศก็เงียบสงบ เสียงน้ำไหลคือฟังเพลินมาก

q6p1kk4fxn98
aczvsw8gx1hd
h30b4blk18y3
wa706bdts3h2

เราเดินมาฝั่งตรงข้ามสะพาน เป็นวิวอลังการมากค่ะ ชอบที่นี่มากที่สุดของทริปนี้ เทือกเขาโฮทากะ (Hotaka Mountain) จุดนี้อลังการมาก เขียวตัดฟ้าที่ถูกต้อง!!!!

p0jvzpldceu2
exewywkcr4r0

ใช้เวลาอยู่จุดนี้เป็นครึ่งชั่วโมง ก่อนเดินต่ออีก 1.5 กิโลเมตร เพื่อไปจุดแลนด์มาร์คสำคัญในคามิโคจิ ซึ่งคงหนีไม่พ้น “สะพานคัปปะ (Kappa Bridge)” จากจุดนี้เราจะเห็นวิวเทือกเขาโฮทากะ (Hotaka Mountain) ได้อย่างเต็มตา และถ้าหันหลังไปก็จะเห็นภูเขาไฟยาเกะที่เราเดินจากมาจากบึงไทโชด้วย

0q9bfca1fh21
edslcqgh632y
9prfw3ne4ch8

ถึงแล้วววว “สะพานคัปปะ (Kappa Bridge)” เป็นสะพานแขวนพาดข้ามแม่น้ำอาซุสะ (Azusa River) แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลไปตามแนวหุบเขา ถ้าเรายืนบนสะพานจะมองเห็นวิวเทือกเขาโฮทากะ (Hotaka Mountain) เต็มตา

และถ้าหันหลังไปก็จะเห็นภูเขาไฟยาเกะจากบึงไทโชอีกด้วย ยอดนิยมสุดๆ ไปเลย แต่เรามาถึงประมาณ 10.30 น. คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ ถ่ายรูปสบายๆเลย

piqjvhgr3r08
dfu9v3zrcce3
bu8h818vkb8y

ซึ่งจุดนี้ก็จะมีร้านอาหาร ร้านของฝากอยู่ เราก็ฝากท้องมื้อสายๆ ที่นี่ ซื้อแซนวิชทานก่อน

j85bdicghiqm
w1gwipfsk4bf

ทีนี้คนส่วนใหญ่มักจะจบรูทเที่ยวที่นี่ แต่ไม่ค่ะ!! เราควรไปต่อนะคะ อย่าเสียเที่ยว เราจะพาเดินไปต่อที่บึงเมียวจิน (Myojin Pond) ประมาณ 3.5 กิโลเมตร เหมือนจะไกลแต่ไม่ได้ไกลอย่างที่คิด ระหว่างทางก็ชมนกชมไม้ ชมลิง พืชพรรณต้นไม้ไปเลย

456intzzkj99
knytfdpp3zbm
dmcx13nwzt5i
mmixei6th8yz

ถึงแล้วค่ะ "บึงเมียวจิน (Myojin Pond)" บึงตั้งอยู่ในเขตของศาลเจ้าโฮทากะ (Hotaka-jinja Okunomiya) ทำให้มีบรรยากาศเงียบสงบต่างออกไปจากบริเวณสะพานคัปปะเลย

ส่วนใหญ่คนที่ตั้งใจเดินมาเที่ยวบึงนี้ นอกจากมาดูธรรมชาติสวยๆ แล้ว ยังมาสักการะบูชาศาลเจ้าโฮทากะที่นี่ด้วย ซึ่งใครจะเข้าไปในศาลเจ้าจะต้องเสียค่าเข้าเพิ่มเติมคนละ 500 เยน เราว่าก็คุ้มนะ ด้านในได้เดินชมวิวรอบบึงสวยไปอีกแบบ

ga95c6lenbz2
bw9e2q2sqf01
n5j7looxmxv1
cc47wyk5s84h
0eclh9vufpld

แต่ไฮไลท์จริงๆที่นักท่องเที่ยวชอบน่าจะเป็น สะพานไม้ทอดยาวออกไปถึงปลายทางที่เป็นจุดตั้งศาลเจ้าขนาดเล็ก มีการเข้าแถวถ่ายรูปกันนิดหน่อย

oqpydghz0tso
lx3h2vk40htu

ใช้เวลาอยู่ที่นี่เกือบชั่วโมงเหมือนกัน เกือบจะบ่ายโมงแล้ว ได้เวลาเดินกลับไปสะพานกัปปะ เราจะกลับอีกทางไม่เดินย้อนทางเก่านะคะ ประมาณ 3 กิโลเมตร กลับทางนี้เราจะผ่านสะพานเมียวจิน (Myojin Bridge) เป็นสะพานแขวนไม้ที่ทอดข้ามแม่น้ำอัซซุสะ (Azusa River) ล้อมด้วยธรรมชาติและเทือกเขาเจแปนแอลป์ (Japan Alps) มีคนมานั่งปิกนิคกันเยอะเลย อากาศดีมากๆเลยค่ะ แต่แอบครึ้มๆเหมือนฝนจะตกอยู่เหมือนกัน อากาศประมาณ 17-18 องศา

w0gabjgmy4z3
ozgr1c2a7rd8
x7wg0up5g3ri

ระหว่างขากลับ เดินเร็วมาก 40 นาทีเอง ระหว่างทางเจอน้องเยอะมากค่ะ แก้มแดงมาก น้องลิงแสมญี่ปุ่น ค่อนข้างเป็นมิตรแต่ก็อย่าไว้วางใจ ถ่ายรูปน้องอยู่ไกลๆก็พอ

kn04ztfyi55g
951iinj2f0qx
uoo4mh6pevpr

พอกลับมาถึงระพานกัปปะก็แวะชิมเบียร์สักแก้วสองแก้วกันก่อน วิวดีจนอดใจไม่ไหว

pt69h91wrsy4
hm3d52qje1qy
du9wdmbibdd0
dtffnjiux552

แล้วเราก็เตรียมตัวกลับกัน จากตรงนี้เดินไปนิดหน่อยก็จะถึง Kamikochi bus station terminal รถที่จะกลับไป Hirayu Onsen อยู่ Track 5 เรากลับรอบ 14.00 น. ซึ่งก็จะถึง Takayama bus station ประมาณ 14.45 น. เวลากำลังดี พอขึ้นรถปั๊ปฝนตกเลยค่ะ 555

r3j0x0p4w7y4
fn5cry3mbaxx
ho7u5b3kdfzl

บอกก่อนเลยว่า การเลือกวันมาที่นี่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมาก เพราะพยากรณ์อากาศคือฝนแทบทุกวัน ลุ้นสุดๆไปเลย เราดูพยากรณ์อากาศทุกวันเลยค่ะ 555 แต่ก็มาได้วันนี้วันเดียว ลุ้นเอา แต่ก็เจอแดดครึ่งวันเช้าอยู่ 

คามิโคจิ (Kamikochi) ถือเป็น Unseen อีก 1 สถานที่ที่ขึ้นชื่อมาก พอได้มาแล้วก็คุ้มค่าจริงๆ และถ้าถามว่ามาอีกได้มั้ย?? ตอบเลยว่าได้ ^___^ แต่อยากมาตอนใบไม้เปลี่ยนสี คงจะสวยไปอีกแบบ See you again แน่นอนค่ะ :))


ฝากติดตามที่ Readme #AnywhereIGobyThita #ฐิตา
Twitter: @AnywhereIGo2

https://x.com/AnywhereIGo2

ความคิดเห็น