
𝗙𝗥𝗜𝗘𝗡𝗗𝗦𝗛𝗜𝗣 𝗣𝗘𝗔𝗞 𝗘𝗫𝗣𝗘𝗗𝗜𝗧𝗜𝗢𝗡
ทริปนี้ถือเป็นทริปสำรวจของเราที่ไปกับ เพจ come on : มาเที่ยวกัน เป็นการเดินเขาแบบขึ้นพีคที่สูงขนาดนี้ครั้งแรก ถือว่าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง วิวเป็นหิมะทั้งหมดตั้งแต่วันแรก

Friendship peak ถือว่าเป็นเขาที่ดังที่สุดในการปีนเขาของอินเดียกันเอง อยู่เขตมะนาลี อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย อยู่ในรัฐ Himachal Pradesh Friendship อาจจะยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมของคนไทยมากนัก หรือแทบไม่มีคนไทยมาเลย เขาลูกนี้สูง 5,289 เมตร/ 17,345 Ft.
ระยะทางทั้งหมด 34 Km. ต้องอาศัยทักษะและความชำนาญระดับหนึ่ง ที่นี่ยังไม่เหมาะกับมือใหม่ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น Ice Axe , เชือก , Harness เป็นต้น

หากคุณเป็นคนรักการผจญภัญและรักการพิชิตความสูง Friendship ถือว่าตอบโจทย์มากๆในการเริ่มต้น ระยะเวลาทั้งหมดในการเดินทาง 10 วัน เวลาในการเทรค 6 วัน ถือว่าใช้เวลาน้อยมากๆ
โดยเริ่มจาก
แคมป์ที่ 1 Bakarthatch (3,291) เดินง่าย
แคมป์ที่ 2 Lady Lag (3,901) ชัน
แคมป์ที่ 3 Summit Camp (4,200) ชันมาก
วัน Summit Day ชันเชี่ยๆ
วันแรกที่ถึงมะนาลี ต้องยอมรับเลยว่าอากาศไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ อาจจะลุ้นว่าจะไปถึงยอดไหม

วันแรกเราไปลองอุปกรณ์ รองเท้าและเช็คของที่ยังขาดเหลือ

โรงแรมที่พักในมะนาลี



รองเท้าแบบ 2 ชั้น ไม่เคยใส่เลย รองเท้าค่อนข้างหนักมากๆ เหมือนต้องหัดเดินใหม่ ถ้าถามว่าที่นี่ใส่รองเท้า trekking แบบทั่วไปได้ไหม ต้องตอบว่าอาจจะไม่ได้ และไม่รอด....


จากนั้นเริ่มบรีฟเส้นทางทั้งหมดจากไกด์ผู้เชียวชาญ แต่ฟังก็ตื่นเต้นแล้ว นี่จะเป็นการขึ้น Peak ครั้งแรกของเราที่ความสูงเท่านี้


Day 1 Manali-Solang Nala-Emergency Camp(2871 M>3068 M)
ตื่นเช้ามาวันนี้ฝนตก !!!!!!!!!!! ใจร้ายมากๆ

มาถึงจุดเริ่มเดิน Solang Nala ตอนช่วงเที่ยงๆ
แค่เริ่มก็บันเทิงแล้ว

ปกติต้องใช้เวลาเดิน 2-3 ชม. แต่เนื่องจากสภาพอากาศวันนี้แล้ว ไกด์แนะนำว่าไปแค่ครึ่งทางพอ
55555+



อากาศมันแย่มากจริงๆ ระยะการมองเห็นเริ่มสั้นลง


เต้นท์นึงนอน 2 คน พี่ๆทีมไกด์ จัดการกางเต้นท์ ปูที่นอนให้เสร็จ บริการดีมากๆ



เต้นท์กองกลาง หรือที่กินข้าวของเรา

อาหารและของกินเล่น คือถูกปากคนไทยมากๆ อร่อยทุกมื้อ เดินป่าไม่เคยอดเลย

หมดวันไปแบบหมดสภาพ
Day 2 Emergency Camp(3068 M)
หลังจากกินข้าวเช้สเสร็จ วันนี้เราจะลองใช้อุปกรณ์กัน เรียนรู้วิธีการใช้ Ice Axes ซ้อมเดินกับรองเท้าที่เราไม่ชิน การจิกเท้าตอนขึ้นให้ใช้ปลายเท้าจิกเข้าไป แต่ขาลงให้ใช้ส้นเท้ากดลงในหิมะ















เราซ้อมขึ้นเขาเดินไปประมาณ 1 ชม.

ห้องครัวของเรา


หลังซ้อมเสร็จก็กลับมากินข้าวแล้วเข้านอน หนาวมากกกกกกกก


ทีมพ่อครัวของเรา อร่อยมากอะ

Day 3 Emergency camp – Lady Leg(3068 M >> 3831 M)
หิมะยังคงตกและหนามากๆ วันนี้เดินค่อนข้างไกลเลยทีเดียว เพราะวันแรกเดินมาได้นิดเดียว



มองไม่ค่อยเห็นอะไรเลย มื้อเที่ยงเรามานั่งพักกันตรงซอกหิน เมื่อยก้นมากกกกก



กว่าจะดันมาถึง Lady Leg เอาเรื่อง



ความหนาวไม่ต้องสืบบบบบบ



Day 4 Lady Leg – Summit Camp(3831 M >> 4100 M)
วันนี้ฟ้าเปิดดีจังพร้อมเดินมาก


อาหารเช้า พร้อมผลไม้ ดูดีเชียว




มองลงไปแคมป์ที่เรานอน บนเขาไม่มีใครนอกจากพวกเรา


วันนี้แดดแรงจริงๆ

มีสมาชิกถอนตัว 3 คน จากอาการไข้และกรดไหลย้อน นอนรออยู่ที่แคมป์ Lady Leg ส่งตัวแทน 10 คนขึ้นมาที่ summit camp





ถึงแล้ว Summit Camp 3831 M และคุณคือผู้รอดมาถึงแคมป์สุดท้าย เย้

วันนี้เรายุบเต้นท์เหลือแค่ 2 หลังกับห้องน้ำ อีก 1


บรรยากาศการนอนจะประมาณนี้นะ



ห้องน้ำไกลไปนะ นึกถึงว่าต้องไปเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนแล้วฉันท้อมาก

มะวันนี้เดินมาถึงไว เดี๋ยวรีวิวห้องน้ำให้ดูกัน ทุกๆแคมป์จะเป็นแบบนี้ทั้งหมด
มีทิชชู่ให้ มีเก้าอี้ให้นั่ง แต่บางวันเก้าอี้ก็จะเอียงไปตามพื้นที่ต้องใช้วิชาSquat สักหน่อยนึง เมื่อใช้งานเรียบร้อยแล้วก็กลบด้วยหิมะ เพื่อคนถัดไปจะได้ไม่เหม็นนะ



ฉันเลิฟแกงไก่มากเลยอะ ได้โปรตีน รสชาติก็ดี ไม่อ้วนได้ไง


Day 5 Summit camp – The peak – Lady Leg Campsite
อุณหภูมิผมกะคร่าวๆน่าจะอยู่ที่ประมาณ -10 ถึง -15 องศา ออกเดินเท้าตอนตี 1 กว่าๆ หิมะมาอีกรอบ ระหว่างทางที่เดินเป็นละอองหิมะละเอียดๆเข้าหน้าเข้าตาตลอดเวลา ผ้าบัฟเปียกตั้งแต่ 5 นาทีแรก หิมะตกใหม่ค่อนข้างนิ่มมากๆเดินแล้วจม เดินแล้วจม ต้องมองรอยเท้าคนข้าวหน้าตลอดเวลา
หนาวมากจริงๆ ไม่อยากเดินเลย


เหงื่อตามขอบเอวแข็งไปหมด


เรื่องราวสุดทนของค่ำคืนที่แสนยาวนาน ไปต่อไม่ไหวจริงๆ ยอมแล้ว
จนถึงตอนนี้เราเหลือสมาชิกอยู่ 6 คน 4 ชั่วโมงผ่านไป เราเดินกันได้แค่ 2 กิโลเมตร ตั้งแต่ตี 1 ถึงตี 5 เรายังเดินได้แค่ 1 ส่วน 3 ของเส้นทาง ตอนนั้นไกด์ใช้เชือกผูกเอว ต่อๆกัน ดันขึ้นไปจนถึงที่สุดแล้วแต่มันไม่ได้จริงๆ ทุกคนมองเห็นยอดแล้ว แต่มันไปต่อไม่ได้ เพราะหลังจากนี้มีโอกาสที่จะเกิด avalanche หรือหิมะถล่มได้ง่ายมาก ไกด์ไม่แนะนำ ทุกคนพากันลงมา



ภาพตอนใช้เชือกผูกเอวต่อๆกันไว้
ความชัน และสภาพเส้นทางที่เหลือ ได้ความว่าเราอาจจะต้องใช้เวลาอีกถึง 3 ชั่วโมงกว่าจะได้ซัมมิทด้วยเงื่อนไขของเส้นทางแบบนี้ และความเสี่ยงที่หิมะจะถล่มก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ



เหลือไว้แค่ความทรงจำดีๆ ทุกคนเริ่มเดินลง ไปยังแคมป์ Lady Leg

ยอดอยู่ตรงนั้นเอง


คู่หูของฉันที่พาฉันลงมาอย่างปลอดภัย ร้องไห้ไปหนึ่งกรุบ




ขอบคุณทีมงาน Lets Himalaya ทำเค้กไว้ฉลองที่แคมป์ Lady Leg
มันฮิลใจมากเลย ไม่นึกว่าจะได้กินเค้กอร่อยๆ บนความสูงเท่านี้ กราบขอบคุณพ่อครัวจากใจ


ของกินฉ่ำ


ร่องรอยความหน้าไหม้กับภูเขาไปอีกลูกจ้า กลับมารักษาหน้าต่อ หน้าหาย ไปเดินต่อ วนลูปสุดๆ


งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรานอนอีกคืน แล้วกลับ

Day 6 Lady Leg-Manali















ขาลงหิมะละลายเยอะมาก ต่างกับขามาสุดๆ







ถือว่าทริปนี้เป็นอะไรที่แปลกใหม่ ได้ประสบการณ์สุดๆ สำหรับเราเส้นนี้อุปสรรคคือหิมะที่ตกไม่แน่นอน
สรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆ สำหรับทริปนี้
- ค่าเทรครวมรถบัสไปกลับ 35,161 บาท/คน
- ค่าตั๋วบินไปกลับ 13,370 บาท/คน
- ค่าวีซ่า 10 us / 370 บาท/คน
- ค่า Sim card 399 + 299 บาท (แล้วแต่ใช้)
- แลกเงินสดไป 10,128 บาท / 23,000 รูปีอินเดีย/คน
- ค่าประกัน ประมาณ 3400 บ
- รวมทั้งสิ้นของทริปนี้

63, 127 บาท/คน
ขอให้ Friendship เป็นอีกหนึ่งในริสของเพื่อนๆที่อยากไปพิชิต
เพราะมันครบทุกรสชาติของการเดินเขาจริงๆ
#เสพติดเขา #อินเดีย #Friendship #friendshippeak #2024 #เดินป่าอินเดีย #เดินเขาเมษา #india #manali #himachalpradeah #Ladyleg
Mint Septidkhao
วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 14.10 น.





