เดือนกุมภาพันธ์ ฤดูแห่งการล่าแสงเหนือ ได้เริ่มต้นอีกครั้งแล้ว

ครั้งนี้ผมตั้งใจที่จะไปเที่ยวสองประเทศ ได้แก่ นอร์เวย์ และสวีเดน เพราะผมใช้บริการการบินไทย ที่มีบินตรงสู่ 2 ประเทศนี้โดยขาไปผมจะไปลงที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ และกลับจากกรุงสต๊อคโฮม ประเทศสวีเดน

โดยหลักๆ ของทริปนี้คืต้องการไปเห็น ''แสงเหนือ'' เป็นหลักเลยครับ โดยจะเน้นไปในโซนทางเหนือตั้งแต่เขตโลโฟเทนแล้วขับถไล่ไปจนถึงเมืองทรอมโซ่ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งอาร์คติก  

สำหรับการไปดูแสงเหนือนั้นจะเริ่มต้นในช่วงเดือนปลายกันยายนไปจนถึงต้นเดือนเมษายน แต่ผมเลือกมาช่วงกุมภาพันธ์เพราะว่าอยากไปหิมะแบบฉ่ำๆด้วย พร้อมทั้งเป็นช่วงที่มืดเร็ว ทำให้เรามีโอกาสได้เห็นแสงเหนือมากขึ้นด้วยครับ

สามารถเข้าเช็คราคาและเที่ยวบินได้ที่เว็บไซต์การบินไทย คลิก https://bit.ly/TG-Oslo-Norway 

โดยแผนเดินทางจะเป็นดังด้านล่างที่ทุกคนจะได้เห็น

Day 1 Bangkok - Oslo

Day 2 Oslo - Bodo - Leknes - Hamnoy

Day 3 Hamnoy - Sakrissoya - Reine - A - Hamnoy 

Day 4 Hamnoy - Nusjfjord - Skagsanden Beach - Hamnoy

Day 5 Hamnoy - Hennigsvaer - Svolvaer 

Day 6 Svolvaer - Tjeldsundbruan - Finnsnes

Day 7 Finnsnes - Senja - Sommaroy - Tromso

Day 8 Tromso

Day 9 Tromso - Helsinki - Stockholm 

Day 10 Stockholm 

Day 11 Stockholm - Bangkok 

Day 12 Bangkok

จะเห็นได้ว่าขาไปมอนตี้ลงนอร์เวย์ แต่ขากลับเป็นสต๊อคโฮม ก็เพราะว่า ยังไงกลับจาก Tromso ก็ต้องต่อเครื่องกลับ ผมเลยเลือกที่จะกลับทางนี้ เพราะจะได้แวะเที่ยว และมีการบินไทยบินตรงจากสต๊อคโฮมกลับกรุงเทพที่ออกในช่วงบ่าย แล้วมาถึงกรุงเทพในช่วงเช้า พร้อมไปทำกิจกรรมอย่างอื่นต่อด้วย

........

Day 1 Bangkok - Oslo

ผมใช้บริการของการบินไทยเที่ยวบิน TG 954 บินตรงไปสู่กรุงออสโลประเทศนอรเวย์กันครับ

โดยขาไปจะเป็นแบบ Business Class บนเครื่องบินแบบ Airbus A350-900 ซึ่งเราจะได้รับบริการแบบพรีเมี่ยมตั้งแต่เช็คอินเลย

ใครบินชั้นธุรกิจสามารถมาเช็กอินได้ที่ Row A ซึ่งจะเป็นเคาเตอร์เฉพาะ พร้อมทั้งได้ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแบบ Fast track ที่จะพาตรงไปยังเลาจน์ด้วยครับ

cs1fip4c44py
be1bygxr0p6s

71c3r2i1emb0

เมื่อเราเช็คอินพร้อมผ่าน ตม. เรียบร้อยเราจะได้เจอเลาจน์การบินไทยที่รออยู่ปลายทางเลยครับ

9vfj9l1q2iv0
k4i6l7q5fpii

เลาจน์ตรงนี้จะแบ่งเป็น 2 ฝั่งนะครับ จะบอกว่าวันที่ผมไปใช้บริการคนแน่นมาก เลยไม่ค่อยจะได้เก็บรูปมาฝากเท่าไหร่ครับ แต่ถึงแม้คนจะเยอะ ไลน์อาหารก็จัดเต็มเหมือนเคยนะครับ โดยจะมีทั้งครัวร้อนและครัวเย็น อาหารเติมตลอด บินดึกๆแบบนี้ต้องหาอะไรเติมพลังกันหน่อยแล้ว

หลังจากอิ่มและได้นั่งพักสักครู่ก็ถึงเวลาที่ใกล้บอร์ดแล้วครับ

rirzl92sj2po


วันนี้เครื่องออกที่เกท S113 นะครับ จะเป็นอาคารใหม่ของสนามบินสุวรรณภูมิที่เราต้องนั่งรถรางมา ใครมาขึ้นเกทบริเวณแถวนี้ควรเผื่อเวลาไว้ด้วยครับ

p9u8683hcwj2

สำหรับเครื่องบินที่จะพาเราไปออสโลในค่ำคืนนี้คือ Airbus A350-900 HS-THC นาทพระราชทาน "ศรีนคร"

pxbtagifn6c5
skm2w58xj8jq

สำหรับที่นั่งมอนตี้ในชั้นธุรกิจวันนี้จะเป็น 16B ครับ  ซึ่งจะมาพร้อมกับชุดนอนกับ Amenity kit จาก Jim Thompson รองเท้า Slipper และขนมลูกชุบแสนอร่อย

l5364c52xszu

หลังจากที่เรานั่งประจำที่แล้ว ทางลูกเรือที่ดูแลที่นั่งของเรา ก็จะมาแนะนำตัวพร้อมกับทวนเมนูอาหารที่เราสั่งออนไลน์ไว้ครับ โดยรอบนี้ที่บินจะได้ลองเมนูใหม่ๆของเชฟแพม เชฟระดับมิชลินสตาร์ ที่ร้านอาหาร POTONG

flc8m58n6gmq

โดยอาหารค่ำจะเริ่มเสิร์ฟหลังเครื่องขึ้นราวๆ 2 ชั่วโมงครับ ซึ่งจากอาหารจากการบินไทยจะมีให้บริการแบบคอร์สเมนู ไล่ตั้งแต่ อาหารเรียกน้ำย่อย, อาหารจานแรก, อาหารจานหลัก, ชีสและผลไม้, ของหวาน

do42ak1i0751

ซึ่งไฮไลท์ขอบอกว่าต้องเป็นเมนูนี้เลยครับ 

ฉูฉี่เนื้อซี่โครงไทยวากิวบางกอก เสิร์ฟพร้อมแกงรัญจวนเนื้อตุ๋น ข้าวหอมมะลิโครงการหลวง

พริกเกลือโบราณ และไข่ครอบโดยคนคิดเมนูนี้เชฟแพมคนสวยจากร้าน POTONG นั่นเองครับ

รสชาติไทยๆ ที่มีความลงตัวในแต่ละอย่างของจาน บอกเลยว่าไม่ควรพลาดครับ สามารถเลือกเมนูนี้ออนไลน์ได้นะครับ จะได้ไม่ต้องไปลุ้นบนเครื่องว่าจะมีมั้ย

หลังจากที่เราทานอิ่มกันแล้ว ทุกเรือก็ได้ทำการเคลียร์เคบิน พร้อมทั้งปูเตียง และผู้โดยสารพักผ่อนกันครับ เพราะไฟล์ทนี้บินเกือบ 12 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว  จะบอกว่าข้อดีของการบินไทยที่ผมชอบมากเลยนะ คือออกดึกถึงเช้า ไม่ต้องแวะที่ไหน ทำให้เราได้พักผ่อนเต็มที่ ลงเครื่องปุ๊ป พร้อมเดินทางเที่ยวต่อได้เลย

ว่าแล้วก็หลับไปได้ตั้ง 7 ชั่วโมง เพราะที่นั่งบนเครื่องบินลำนี้สามารถปรับเอนได้ 180 องศานอนราบได้แบบเต็มอิ่มเลยครับ นอนไปนอนมาถึงเวลาอาหารเช้าพอดีครับ

cd6ig9rp1qi3

โดยอาหารเช้าผมก็สั่งออนไลน์ไว้จะเป็นไข่ม้วนปูซูไวออมเล็ตเนื้อนุ่มสอดไส้เนื้อปูซูไว และครีมเห็ดไมตาเกะ

เมนูจากห้องอาหาร Mezzaluna การันตีความอร่อยด้วยมิชลินสตาร์ 2 ดาว (เมนูนี้อร่อยมากจริงๆ)

2luhy9wugne1

ตบท้ายด้วยปาท่องโก๋พร้อมครีมสังขยาและนมข้น บอกเลยว่าเป็นอาหารเช้าที่ผมชอบที่สุดแล้ว

เช็คราคาและเที่ยวบินได้ที่เว็บไซต์การบินไทย คลิก https://bit.ly/TG-Oslo-Norway

ojzcu3tuz3kr

ได้เวลาเปิดหน้าต่างอีกทีฟ้าก็สว่างแล้วครับ บอกเลยว่าแอบตกใจนิดๆ เพราะมองทางไหนมีแต่หิมะ แสดงว่าลงเครื่องไปหนาวแน่นอน

k7r5v9wi5mij

และแล้วการบินไทยก็มาส่งผมที่สนามบินออสโลโดยสวัสดิภาพครับ โดยวันนี้ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองพร้อมกับรับกระเป๋าใช้เวลา รวมๆแล้วไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยครับ 
ว่าแล้วเรามาเริ่มต้นกับการเที่ยวกันดีกว่าครับ

anucea6f2pp9

โดยวิธีการเข้ากรุงออสโลที่เร็วที่สุดได้แก่ Flytoget ครับใช้เวลาแค่ 19 นาทีในการเดินทางเท่านั้นก็ถึงสถานี Oslo S ที่อยู่ใจกลางเมือง ผมพักแถวสถานีรถไฟเลยเอากระเป๋าไปฝากก่อนเพราะมีเวลาแค่วันเดียวในการเที่ยวกรุงออสโล ต้องรีบกันแล้ววว

bqqjxlvhpp7z

จะบอกว่ากรุง "ออสโล" นี่ค่อนข้างเงียบและไม่วุ่นวายเท่าเมืองหลวงอื่นในยุโรปเลยครับ แอบประทับใจอยู่ครับ (ถ้าไม่นับค่าครองชีพนะ) อ้อ...อากาศวันนี้อยู่ที่ -5 นะครับหนาวสะใจมาก

สำหรับที่เที่ยวออสโลนะครับจะมี

ucgwqa8g5v37
86st9lfj8n4h


Oslo Opera House หนึ่งในจุดไฮไลท์ที่ใครก็ต้องมาถ่ายรูปเช็กอินครับ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง

xvoqe4yy12ht

จุดต่อไปจะเป็นตึก Oslo City Hall หรือศาลาว่าการกรุงออสโล ซึ่งที่นี่จะใช้เป็นสถานที่รับรางวัล Noble Peace Prize ด้วยครับ

nkdrbdfg71pg
18e8hmmhwiac
fiy8q7eamxmz
96ur3y7r0mjb

แต่สำหรับสถานที่สุดฮิตที่นักท่องเที่ยวทุกคนอยากมาถ่ายรูปก็ต้องที่นี่เลยครับ The Vigeland Park สวนประติมากรรมหินขนาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะมีรูปปั้นต่างๆเปลือยเปล่าอย่างเป็นธรรมชาติ เรียงรายตลอดสองข้างทาง  

สิ่งสถานที่ท่องเที่ยวผมซื้อตั๋วแบบ 1 Day Pass นะครับ จะขึ้นได้ทั้งรถเมล์ รถราง ตามเขตบริการได้หมด ไม่ต้องไปนั่งซื้อทีละรอบ บอกเลยว่าสะดวกมากครับ

cnf47761fgof

มาถึงที่นี่จะไม่ลองได้ไง กับเมนู Fish&Chip อีกเมนูชื่อดังของประเทศนี้ ที่ต้องบอกเลยว่าปลาดและหวานมาก อยากให้มาลองกันที่ร้านนี้ครับ Fiskeriet Youngstorget. 

หลังจากที่ผมเที่ยวตั้งแต่ช่วงสายๆ ไปจนถึงบ่ายแก่ๆ ต้องบอกตัวเองว่าเตรียมเข้าที่พักได้แล้ว เพราะพรุ่งนี้ต้องมีบินเช้า เพื่อเข้าเขตโลโฟเทนครับ

Day 2 Oslo - Bodo - Leknes - Hamnoy

24hnodrr8jw8
rsvuj27ss45i

วันนี้ผมออกจากโรงแรมตั้งแต่เวลา 0600 เพื่อไปยังสนามบินครับ ตื่นเต้นสุดๆ จะได้ไปเห็นแลนสเคปแบบอลังการแล้ว โดยการบินจะเป็นแบบ Oslo - Bodo (แวะเปลี่ยนเครื่อง) - Leknes ใช้เวลาเดินทางรวมๆแล้วประมาณ 3.30 ชม. รวมต่อเครื่องครับ

หลังจากลงเครื่องเราก็รับรถที่สนามบิน Leknes ได้เลย ผมใช้บริการของ Hertz ครับ

rx3mwi8enzkw
qe53c269l28o

รถของเราในวันนี้ครับ จะเป็น Toyota ProAce 9 ที่นั่ง วันนี้จะเป็นวันสบายๆ เราแวะทานข้าวกลางวันกันก่อน บวกกับซื้อของในซุปเปอร์ กว่าจะได้ออกก็บ่ายสอง โดยเราจะขับไปนอนกันที่เมือง  Hamnoy ใช้ระยะเวลาเดินทาง 1 ชม. แต่ตอนที่ไปรถติดมากครับเนื่องจากมีการซ่อมอุโมงค์ ปิดให้รถเดินทางเดียวรอบละ 45 นาที รอกันนานเลย

we529ftsl7cs

สำหรับที่พักตลอด 2 คืนนี้จะเป็นที่ Reniefjorden Sjohus Lofoten วิวนอกบ้านนี่แบบสวยหลักล้านเลยครับ พอผมมาถึงที่พักก็ค่ำแล้ว ประกอบกับอากาศไม่ดี เมฆหนามาก ทำให้หมดลุ้นกับการล่าแสงเหนือตลอดคืน ว่าแล้วเราเข้านอนเอาแรงดีกว่าครับ

Day 3 Hamnoy - Sakrissoya - Reine - A - Hamnoy

วันนี้เราจะเที่ยวในเขตแถบๆ Hamnoy นะครับ ซึ่งแถวนี้จะเป็นหมู่บ้านชาวประมงกระจุกกันเยอะมาก สามารถขับรถไป จอดไป ถ่ายรูปไป มุมไหนก็สวยไปหมดเลยครับ  แต่วันนี้ผมต้องรีบเที่ยวแต่เช้าเลยเพราะว่าช่วงบ่ายอากาศจะไม่ดี หิมะตกหนักพร้อมลมแรง พร้อมหมดโอกาสการล่าแสงเหนือไปอีกหนึ่งวัน

*ช่วงนี้ฟ้าจะมืดเร็วกว่าปกติครับ ประมาณ 16.30 น.เริ่มมืดแล้ว ทำให้เรามีเวลาน้อยในการเที่ยว แต่ข้อดีของการมืดเร็วทำให้เรามีดอกาสแสงเหนือนานและเยอะขึ้น

m89lyamulv2n
crtfy0tal96s
och27hnf5kgz
iwz575lyehxv

สำหรับใครที่อยากลองอาหารทะเลในแถวนี้นะครับ ต้องมาลองร้านนี้ดู Anita Sjomat

ogvsjmeoawvf
a1x2wwy31v21

เมนูมีให้เลือกหลากหลายครับ รสชาติปานกลาง แต่ไม่ได้ว้าวขนาดนั้นครับ ถือว่าได้มาลองแล้ว

Day 4 Hamnoy - Nusjfjord - Skagsanden Beach - Hamnoy

วันนี้เราจะเที่ยว 2 จุดนะครับ จุดแรกจะเป็น Nusfjord: หมู่บ้านชาวประมงที่ได้รับการอนุรักษ์โดย UNESCO ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ที่ทุกคนจะได้เห็นวิถีชีวิตดั้งเดิม โรงงานน้ำมันตับปลา และสถาปัตยกรรมไม้สมัยศตวรรษที่ 19

wjusg1ijj4k1
5fyjl7slcvcu
e3du3ayof6dp
fo9fq8i4se6m

จุดต่อไปจะเป็น Skagsanden Beach: ชายหาดที่มีทรายสีขาวสลับดำ (จากแร่ธาตุ) เป็นจุดนึงเลยที่ผมชอบมากๆครับ (เพราะมีห้องน้ำฟรีด้วย 555)

9qbvxxytyx62
bwxg4vianuch
8s7iuzukynca
ze02rlze0dha

จริงๆในแต่ละวันสถานที่เหมือนจะไม่ไกลกัน แต่ถนนที่นี่ค่อนข้างแคบจำกัดความเร็วและมีหิมะ เวลาขับต้องมีสติตลอดเวลาครับ เพราะถ้าเราพลาดแม้แต่นิดเดียว อุบัติเหตุพร้อมมาได้เสมอ และสำคัญที่สุดคือความหนาว อยู่ข้างนอกนานๆไม่ไหว ต้องหาที่หลบลมกันตลอดเวลา

และแล้วคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ฟ้าปิด อดเห็นแสงเหนือไปอีกวัน

Day 5 Hamnoy - Hennigsvaer - Svolvaer

วันนี้เป็นวันที่เราต้องเดินทางไกลหน่อย เพราะเราจะเริ่มออกจากเขตโลโฟเทนแล้ว มอนตี้ค่อนข้างเสียดายนะ มา 2 คืนแล้วแต่ยังไม่เห็นแสงเหนือเลย ยังไงคืนนี้ดูพยากรณ์มีลุ้น ลองดูกันซักตั้ง แต่เราจะแวะเที่ยวที่เมือง

Henningsvær: ฉายา "เวนิสแห่งโลโฟเทน" บ้านที่กระจายตัวอยู่ตามเกาะเล็กๆ จุดเด่นระดับโลกสำหรับที่นี่คือ สนามฟุตบอล

ล Henningsvær ที่ตั้งอยู่บนปลายเกาะหิน ที่เป็นจุดหมายปองของนักท่องเที่ยว แต่ช้าก่อนตอนที่ผมไป สนามฟุตบอลไม่หลงเหลือเลย เพราะหิมะตกเต็มพื้นที่ แทบไม่เหลือเค้าโครงเลยครับ

9hh6e5nbh9dn
0fsdcv8iuxg1

แต่ไม่เป็นไรครับ เราไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองได้ สวยไม่แพ้กัน

8sl5k0fiigll
aj9d7keppcmp
r090yuuww7zf
gnesqpduk570

ช่วงบ่ายๆ เราขับต่อไปยัง  Svolvaer ซึ่งเราจะรีบนอนกัน เพราะพยากรณ์บอกว่าเราจะเห็นได้ตั้งแต่ช่วง 0100-0400 ซึ่งบอกเลยว่าเหนื่อยแน่นอน

ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนเที่ยงคืนกว่า ตื่นมาล้างหน้าซะหน่อย แต่บอกเลยว่าง่วงมาก แต่เอาวะ ลองซักตั้ง ออกไปลองยังมีโอกาส และแล้ว.....

2ptkfoz4i0np
hl8je1wg91ha
60zs7s2h0tju
25rkv5dovzvy
7ye6vfmy0ip9
eyf3fu6o522a

แสงเหนือครั้งแรกของทริปก็มาแล้ว ทุกคนดีใจมากที่ได้เห็น เพราะในแต่ละวันทุกคนกดดันมาก เพราะนี่คือไฮไลท์ของทริปนี้เลย  เราถ่ายรูปกันตั้งยันตีสามเลยครับ กว่าจะขับรถถึงโรงแรมราวๆตีสี่ สลบเหมือดครับ

สถานที่ : https://maps.app.goo.gl/9tTh9Q...

*ในวันที่เมฆเยอะและฟ้าสว่างจากดวงจันทร์ ให้พยายามขับรถไปหาจุดมืดๆ ที่ไม่มีแสงเมืองรบกวนนะครับ จะมีโอกาสเห็นเยอะ

Day 6 Svolvaer - Tjeldsundbruan - Finnsnes

วันนี้เราตื่นกันสายมาก เพราะเมื่อคืนนี่แทบไม่ได้นอน เรานัดกันที่ 11 โมงเลยครับ โดยเราจะเดินเที่ยวเมือง Slovaer กันก่อน แล้วค่อยออกเดินทางไป Finnsnes ที่ขับรถราวๆ 6 ชม.

wamgke8l4eq5
7uyehxt3iqzl
c0a0z1byujec
jje4oba9i1ln
4fw85uzhrxt9
smioizla65io

ถ่ายรูปกันซักพักเราก็เดินทางต่อไปยัง Finnsnes ครับ ซึ่งระหว่างทาง เราจะผ่านสะพานข้ามทะล Tjeldsundbruan

xu0n5w9t24oq
ytk9urvk3bgf

Day 7 Finnsnes - Senja - Sommaroy - Tromso

วันนี้จะเป็นวันที่เหนื่อยอีกวันครับ เพราะเราจะต้องออกเดินทางกันแต่เช้าเพื่อไปเที่ยวในเขต Senja และต้องข้ามเฟอร์รี่ให้ทันภายในเวลา และต้องต่อไปยังเมือง Tromso

Senja: เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของนอร์เวย์ มีฉายาว่า "Norway in miniature" เพราะมีภูมิประเทศครบทุกแบบในเกาะ

จุดที่ไม่ควรพลาดคือ Tungeneset (ทางเดินไม้ชมวิวเทือกเขาปีศาจ Devil's Jaw) และจุดชมวิว Bergsbotn

kpw5bgdzue15
ikdhvap73c8h
dcmd09a63t72
4zx74bq9mvfw
hxluzuqi3y1k
k0i6wtht84ao

หลังจากผ่าน 2 จุ

ดนี้เราเตรียตัวไปข้ามเฟอร์รี่กันครับ ซึ่งหลังจากเราข้ามฝั่งมาแล้ว เราจะแวะเที่ยว Sommaroy กันก่อนเข้า Tromso ครับ

Sommarøy: หมู่เกาะเล็กๆ ที่มีน้ำทะเลใสสีเทอร์ควอยซ์และหาดทรายขาวจนดูเหมือนทะเลแคริบเบียน (แต่อยู่ในอาร์กติก) เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบและสวยงามมาก

nnx244fxofrg
zxmp05spuk77
ktbcuv9tgatp
9qvn61fjtkpz

กว่าเราจะมาถึง Tromso ก็ช่วงเย็นแล้วครับ ถามว่าเหนื่อยมั้ย ต้องบอกเลยว่าเหนื่อยมาก สวยตาแตกทุกมุม แต่ไหนๆมาเที่ยวทั้งที ขอออกไปถ่ายรูปแสงเย็นหน่อย 

2yajq86pe3ej


Day 8 Tromso

วันนี้จะเป็นวันแห่งการเก็บสถานที่ท่องเที่ยวของเมือง พร้อมรีบเข้านอนครับ เพราะวันนี้พยากรณ์บอกว่าแสงเหนือ KP3-4 มีโอกาสเห็นและเป็นคืนสุดท้ายของเราที่จะได้ล่าแสงเหนือแล้ว เราเลยตื่นกันแต่เช้า เพื่อเตรียมตัวเที่ยวกันก่อนเลย 

uki1zqthnpw3
1nxx4pprqydt
ua74tygcp1rb
jsegyueakmvx

ไฮไลท์ประจำเมือง Tromso ก็คือ Arctic Cathedral ซึ่งสร้างโดย Jan Inge Hovig เสร็จในปี 1965 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพภูมิประเทศในแถบนี้

o3v1yzctj7lb
6vle3t4q6qh5

Tromso Citi Library หรือห้องสมุดประจำเมือง ดีไซน์ล้ำสมัย หลังคาที่สร้างเป็นรูปทรงโค้งให้ความรู้สึกเหมือนคลื่นทะเล โดยคนออกแบบที่นี่ก็คือคนเดียวกับ Arctic Cathedral

ส่วนเวลาที่เหลือเราก็ไปเดินเล่นในเมืองกันครับ วันสุดท้ายขอสบายๆ ก่อนทิ้งทวนคืนนี้

x9ase4tgpjik
0hk70x1gd3lq
ku42j5snssvw

ช่วงเย็นผมไปขึ้นกระเช้า Fjellheisen เพื่อไปดูแสงเย็นครับ (ผมคิดว่าจะเป็นแสงที่ผมชอบที่สุด)

jaymci0haete
buot4hysqjzm
54p6bcu3r7ly

ต้องยอมเลยครับ มุมข้างบนนี่คุ้มค่าจริงๆครับ ใครมีเวลา ผมแนะนำให้มาเลย

หลังจากนี้ผมก็ไปเข้านอนครับ เพราะมีนัดตอนสี่ทุ่มเพื่อเตรียมตัวออกไปล่าแสงเหนือกัน

และแล้วคืนสุดท้ายของผม.........

1pk9m6582iya
1u284sj5pjk1
enesfdaxm7e8
5ei8zfby90w1
5nherec2xa4g

และแล้วเราก็ปิดทริปนอรเวย์แบบสวยงามครับ กับแสงเหนือปังๆ คุ้มค่าตั๋วของเราแล้ว

Day 9 Tromso - Helsinki - Stockholm

เช้านี้เรามีบิน Tromso - via Helsinki - Stockholm

โดยเราขับรถมาคืนที่สนามบิน Tromso ได้เลย โดยแค่เอากุญแจมาหย่อนไว้ตรง Key Drop-off แล้วก็ไปเช็คอินได้เลยครับ ผมออกมาช่วงสายๆ กว่าจะเปลี่ยนเครื่องแล้วถึงสต๊อคโฮมก็มืดแล้วครับ

bgv4cyrzvqcu
mqz01wkn4ayx
zu9lkbgs0esf
bgzqxl61scfd

วิธีเดินทางที่เข้าเมืองเร็วที่สุดและสะดวกสบายที่สุด ผมแนะนำเป็น Aranda Exptress เลยครับ ออกจากขาเข้าสามารถลงลิฟท์ตรงมาที่ชานชาลารถไฟได้เลย   (ซื้อไปกลับถูกกว่าครับ ให้ซื้อไปเลยทีเดียว)

สำหรับการเลือกโรงแรมแนะนำให้เลือกแถว Central Station ไว้ครับ ไม่ต้องเข็นกระเป๋าไปไกล

Day 10 Stockholm

วันนี้เราจะมีเวลาที่สต๊อคโฮมทั้งวันเลยครับ ผมเลยเลือกที่จะตื่นสายหน่อย แล้ววันนี้เราจะมีไปเที่ยว และถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ซึ่งวันนี้ขอบอกว่าอากาศดีมาก ฟ้าใสกริ๊ง

2il1zthx6tb3
cfl5ffsfga03

เรามาเริ่มกันที่มุมมหาชนกันเลยดีกว่าครับกับ Mariaberget มุมที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นเมืองนี้แบบ 180 องศา  จะไม่ไปตรงไหนก็ได้ แต่ต้องมาตรงนี้ครับ 

9q9fxyd5r1js
4bmpnlmddxn5
1hyt71v7x78w
4dryickbq0ty

จากนั้นเราก็ต่อไปยัง Vasa Museum ครับ

คือพิพิธภัณฑ์เรือโบราณ จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่พิเศษสุดๆ คือเป็นเรือรบโบราณที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก
หัวใจหลักของที่นี่คือ เรือวาซา (Vasa) ซึ่งเป็นเรือรบหลวงที่ต่อขึ้นในศตวรรษที่ 17 (ปี ค.ศ. 1628) ความน่าทึ่งคือเรือลำนี้ จมลงตั้งแต่ออกเรือครั้งแรกไปได้เพียง 1,300 เมตร เท่านั้น และจมอยู่ใต้ทะเลบอลติกนานถึง 333 ปี จนกระทั่งถูกกู้ขึ้นมาในปี 1961 ในสภาพที่สมบูรณ์กว่า 95% ของโครงสร้างเดิม หลังจากนั้นก็ได้สร้างพิพิธภัณฑ์ครอบไว้ 

แนะนำเลยให้มาครับ อลังการมากๆ 

h1syp3c71l5a
yqr90hqnnr4j

หลังจากดูเสร็จช่วงบ่ายๆ ผมไปยัง Gamla Stan ศูนย์กลางเมืองเก่าของที่นี่

7vtuugwosffl
f94xgdefdhai
b06ooy433mla
3hmqw5qvwbtl

ส่วนแสงเย็น เราจะไปเก็บมุมสวยมุมสุดท้ายที่ City Hall กันครับ ผมว่าเป็นมุมสวยอีกมุมนึงเลยครับ

8gy3nootaf66
ztzcldru32mb
fgq4nnvls9xy

และแล้วเราก็เดินไปชอปปิ้งและกลับที่พักกันครับ

และถ้าใครไม่เหนื่อย หนึ่งในจุดเด่นของเมืองนี้คือสถานีรถไฟใต้ดินครับ ใครมีเวลาลองไปดูครับ ผมมีรูปมาฝากนิดหน่อยครับ

ygnwpd51tnlo
fz2na6nls02s

8rdsqu3clrtt

Day 11 Stockholm - Bangkok

เช้าวันนี้เราก็สบายๆครับ เตรียมตัวกลับเมืองไทยด้วยเที่ยวบิน TG961 เครื่องออกเวลา 13.50 น. 

dqnxb2ov628x

การบินไทยจะอยู่ Terminal 5 นะครับ หาไม่ยากเลย

วันนี้เครื่องออกตามเวลาครับ คิดถึงเมืองไทยแล้ววว

fh4l9u88nwla

ข้อดีของการบินไทยขากลับนี่ผมชอบมากครับ เพราะวันสุดท้ายจะได้ตื่นสายๆ แล้วไปสนามบินเลย แล้วไปถึงกรุงเทพตอนเช้าตรู่ ทำให้เรามีเวลาจัดการอะไรในอีกวัน ที่สำคัญคือบินตรง ได้หลับยาวๆไม่ต้องแวะที่ไหน

3bq6yzoqnset
xd6gse9er8e0
nkay3qf6yetz
f8p8kxhh2ph9

สำหรับวันนี้บอกเลยว่าเต็มทุกที่นั่งครับ เห็นแล้วดีใจแทนการบินไทยด้วยเลยครับ 

ส่วนอาหารไฟล์ทนี้จะมีให้บริการสองมื้อ คือมื้อกลางวัน (หลังจากเครื่องขึ้นได้ประมาณ 1.30 ชม.) และบริการมื้อเช้าก่อนเครื่องลง 

ผมนี่หลังจากทานอาหารเสร็จได้หลับยาวๆเลยครับ บอกเลยว่าสบายมาก

Day 12 Bangkok 

v0q143p6lwtv

และในที่สุดก็เดินทางถึงประเทศไทยแล้วครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามของทุกคนครับ

สำหรับใครที่กำลังแพลนทริปไปเที่ยวในแถบสแกนดิเนเวีย ทางการบินไทยเขามีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยัง 3 เมืองหลักยอดฮิต คือ เมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์, เมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก สามารถเข้าเช็คราคาและเที่ยวบินได้ที่เว็บไซต์การบินไทย 

👉 จองเที่ยวบินไป ออสโล (OSL) https://bit.ly/BKK-OSL-Norway

    👉 จองเที่ยวบินไป สตอกโฮล์ม (ARN): https://bit.ly/BKK-ARN

    👉 จองเที่ยวบินไป โคเปนเฮเกน (CPH): https://bit.ly/BKK-CPH

      ความคิดเห็น