ทริปเที่ยวซาฟารีของเราจะมีทั้งหมด 3 ตอนนะคะ ตอนนี้เป็นตอนที่ 3 รีวิวที่เที่ยวโจฮันเนสเบิร์ก เคปทาวน์และไปเยือนอาณานิคมเพนกวินแอฟริกา

ตอน1 แพลนเที่ยวและการเดินทาง แวะอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ โจฮันเนสเบิร์ก และเคปทาวน์

https://th.readme.me/p/76441

ตอน2 อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ เข้าซาฟารีส่องสัตว์ พบปะกับเจ้าป่า

https://th.readme.me/p/76442

ที่เที่ยวที่เราไปคือตามนี้ค่ะ

โจฮันเนสเบิร์ก

1.Apartheid Museum พิพิธภัณฑ์การปกครองแบบแบ่งแยกสีผิว - อยู่ในเมือง เรียก Bolt เดินทางไปกลับได้

ที่ 2-4 ด้านล่างอยู่นอกเมือง ไม่มีรถเมล์ รถประจำทางใดๆ ผ่าน ต้องไปด้วยทัวร์ ขับรถเอง หรือเรียก bolt/uber เท่านั้น

2.Cradle of Humankind พิพิธภัณฑ์มนุษย์ยุคโบราณและวิวัฒนาการของมนุษย์

3.Sterkfontein caves ถ้ำที่ค้นพบ Little foot โครงกระดูกมนุษย์โบราณที่สมบูรณ์แบบที่สุด

4.Lesedi Cultural Village หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวแอฟริกาใต้

เราเรียก Bolt จากที่พักไปยัง Cradle of Humankind แต่มันอยู่นอกเมืองมาก แถวนั้นจึงไม่มี Bolt เรียกรถไปต่อ คนขับจึงเสนอว่าจะให้เขารอเพื่อพาพวกเราไปเที่ยวที่อื่นด้วยไหม ลงท้ายเราจึงใช้บริการเขาจนถึงกลับที่พักเลยค่ะ (Cradle of Humankind - Sterkfontein caves- Lesedi Cultural Village) กว่าจะถึงที่พักก็ประมาณ 2 ทุ่ม

โชคดีที่เราแลกเงินสดไปกันคนละนิดหน่อยเพราะพอไม่ได้จ่ายผ่านแอป เราจึงต้องจ่ายเงินสดแทน เราตกลงราคากับคนขับตอนอยู่ที่ Lesedi Cultural Village เบ็ดเสร็จวันนั้นเราเสียค่ารถไป 1120 zar/3 คน (Bolt – 420 zar, เงินสด – 700 zar)

p4x5ujqcosc9


เคปทาวน์

1.Cape of good hope

2.Penguin colony

3.Cape town castle

4.Iziko Slave Lodge

ที่ 1 และ 2 ไปด้วยทัวร์เดย์ทริป เพราะไกลจากตัวเเมือง ส่วนที่ 3 และ 4 เดินเอาค่ะ อยู่ในตัวเมืองเลย


รีวิวที่เที่ยว

1. Apartheid Museum พิพิธภัณฑ์การปกครองแบบแบ่งแยกสีผิว

ค่าเข้า 240 Zar (ประมาณ 480 บาท)

สรุปสั้นๆ เหมือนพิพิธภัณฑ์การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของแอฟริกาใต้

เราชอบแค่พาร์ทแรก คือตั๋วเข้าที่ได้จะมีสองแบบ ระบุว่าเราเป็นคนดำ หรือขาว จากนั้นต้องเข้าประตูตามตั๋วของเรา – ทำให้รู้สึกถึงการแบ่งแยกที่แท้ทรู ส่วนอื่นๆ ของพิพิธภัณฑ์ค่อนข้างไม่เกี่ยว เช่นเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ดึกดำบรรพ์ และการเมืองของประเทศแอฟริกาใต้ที่เกี่ยวกับการแบ่งแยกสีผิว รวมถึงประวัติของประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา --- ซึ่งไม่อินค่า ทำให้แอบเสียดายเงินแหละ 555

kp4es9c0f8ay
5juzqyazkv8z

ณ จุดนึงที่นี่มีการแบ่งแยกเกรดคนด้วยสีผิว คือแบ่งเป็น ชนพื้นเมือง คนผิวสี คนผิวขาว และคนเอเชีย

5di198nx3iul

คนขาวเดินทางเข้ามาในประเทศแอฟริกาใต้เมื่อมีการขุดพบทองที่นี่

และเมื่อสิทธิ์ในที่ดินถูกยกให้คนขาวถึง 90% คนแอฟริกาใต้ก็กลายเป็นชนชั้นสองในบ้านเกิดตัวเอง

3tt4zizkz8zh

2.Cradle of human kind - ติด UNESCO

4jwqckw3losv

ค่าเข้า 150 zar ต่อคน (300 บาท)

พิพิธภัณฑ์เด็กที่อยู่ไกลจากเมืองโจฮันเนสเบิร์กมากกก อยู่ใกล้กับถ้ำที่ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่สมบูรณ์สุดเท่าที่เคยพบมา ถ้าไม่มีเวลาข้ามพิพิธภัณฑ์นี่ แล้วไปแค่ถ้ำก็ได้ค่ะ

เราไปถึงตอนใกล้ .00 พอดี เลยได้เดินเข้าไปพร้อมกับไกด์บรรยาย

mcqhgded5o6p
dgub76wo5c1y

ชอบสุดคือการลงเรือลอดถ้ำ เลียนแบบการย้อนเวลาไปชนะเกิดบิ๊กแบงงี้

q1x87yhcgsrg

ที่ชอบเหมือนกันคือ ห้อง Experience lab เพราะมีคลิปการ์ตูนสั้นๆ ให้เข้าใจความเป็นมาของฟอสซิล สนุกดีค่ะ

qvqtcp8jm7my


3. Sterkfontein cave

ค่าเข้า 150 zar ต่อคน (300 บาท) เป็นส่วนหนึ่งของ Cradle of humankind แต่มีค่าเข้าต่างหาก

ต้องเข้าไปในถ้ำพร้อมไกด์ ทัวร์ออกทุก .00 น.

ทางเข้า ข้างในจะมีพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ขนาดย่อม เมื่อถึงเวลาไกด์จะพาไปยังปากถ้ำ

5cjcp66m0w9o

ทุกคนต้องใส่หมวกคลุมผมและหมวกกันน็อก

34b1kcpznbtn
ewxj5ooj303i

ที่นี่คือถ้ำที่ค้นพบ little foot มนุษย์ยุคโบราณเมื่อประมาณ 3.7 ล้านปีที่แล้ว และเป็นโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่สมบูรณ์สุดเท่าที่เคยค้นพบในโลก ซึ่ง little foot เป็นเพศชายเต็มวัยที่มีความสูงประมาณ 120 ซม เท่านั้น

โครงกระดูกของ little foot ถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์อื่น

ประตูทางเข้าไปสู่จุดที่ค้นพบ  little foot ปัจจุบันยังมีการขุดค้นกันต่อ แต่พบแต่เศษกระดูกกระจัดกระจายเท่านั้น คาดกันว่า little foot ตกลงร่องถ้ำมาตาย ส่วนซากอื่นๆ เป็นเศษซาก ที่อาจเกิดจากน้ำไหลพามา

npibatlxp8ei

ถ้านี้เดิมถูกเปิดโดยชาวอิตาลีในยุคขุดทอง เพราะต้องการแคลเซียมคาร์บอเนต หรือหินงอกหินย้อยในถ้ำไปใช้แยกแร่ทองที่ขุดได้ออกจากส่วนประกอบอื่นๆ

หินงอกหินย้อยจะถูกระเบิด แล้วขนออกไป ส่วนที่ไม่ต้องการแล้วจะถูกนำไปทิ้ง ทำให้ซากฟอสซิลของถ้ำนี้ถูกพบครั้งแรกในกองขยะนอกถ้ำ

แคลเซียมคาร์บอเนตมีอยู่เยอะแยะมากมายในถ้ำ

nayqpe74gp74
dyhzatlwf6c7


ร่องรอยทางน้ำสมัยก่อน ปัจจุบันถ้ำนี้ยังมีน้ำอยู่ แต่ลดระดับลงไปแล้ว

663pl4clpx98

ถ้ำนี้เพิ่งกลับมาเปิดให้คนเข้าชมเมื่อเมษา ปี 2568 หลังปิดไปนานหลายปีเพราะน้ำท่วมถ้ำ แต่ส่วนขุดค้นถูกปิดไม่ให้เข้าชมเช่นเดิม

เคยมีนักสำรวจสำรวจทางน้ำในถ้ำ แต่หลงทางจนไปเจอที่โล่งเหนือน้ำ จึงรอทีมช่วยเหลืออยู่ในนั้น เขาตายลงหลังจากรออย่างไร้ความหวังเป็นเวลา 21 วัน ด้วยภาวะขาดอาหาร ทีมช่วยเหลือมาพบร่างของเขาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น หลังจากนั้นถ้ำนี้จึงห้ามไม่ให้ใครสำรวจทางน้ำในถ้ำอีกเลย

ค้างคาวในถ้ำ (ผู้ไม่กลัวแสงไฟและคน) 

5q1yjwdqf6qr

นาฬิกาแสงอาทิตย์ ใช้งานโดยการจิ้มไปยังจุดที่คาดว่าเป็นตำแหน่งเดือนและวัน ณ ปัจจุบัน แล้วเล็งดูเวลาบนพื้น แม่นอยู่ แต่แอบกะยากตรงวัน เพราะมันระบุเดือนเป็นหลัก

77h5q7exv6xr


4. Lesedi cultural village experience

31dkuobl6bw6
m4rst684xyyv

หมู่บ้านที่นำเสนอวัฒนธรรมชนพื้นเมืองประเทศแอฟริกาใต้

มีราคาสองแบบ คือแบบไม่รวมอาหารบุฟเฟ่ต์ 1 มื้อ ราคา 460 zar แบบรวมอาหารราคา 735 zar

จัดกิจกรรมวันละ 2 รอบคือรอบ 11.30 กับ 16.30 ใช้ระยะรอบละประมาณ 2 ชม

j7tncfkvx7yi

กิจกรรมจะแบ่งเป็น 3 พาร์ท

1.ตีกลอง

2.ชมหมู่บ้านของแต่ละเผ่า

3.การเต้น - แอบรู้สึกว่าท่าเต้นสมัยใหม่ไปหน่อยในบางเพลง

wbkpxc7acrt4

เรามาถึงก่อนเวลา เลยเข้าไปเดินเล่น มารู้ทีหลังว่าเดินเล่นในโซนหมู่บ้านกิจกรรม เลยได้ถ่ายรูปตอนไม่มีคนด้วย 55

0yo00q470w1a
hsz3xoj5ynnd
ygqa6ppa651g


สรุปวัฒนธรรมชนพื้นเมืองประเทศแอฟริกาใต้คือ

ผู้ชายล่าสัตว์ ผู้หญิงทำครัว

ถ้าจะแต่งเมีย สินสอดคือ วัว 11-13 ตัว แล้วแต่หมู่บ้าน บางหมู่บ้านที่อยู่บนเขาจะต้องให้ม้า2ตัวด้วย เพราะใช้ม้าเดินทางเป็นหลัก

มีวัวเยอะ = มีเมียเยอะได้

แต่มีเมียเยอะ = ปัญหาเยอะ แลกเอาเด้อ

มีคอกสัตว์ในทุกหมู่บ้าน

ผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานจะใส่ลูกปัดตกแต่งตามตัว

แต่งงานแล้วจะไม่ใส่ บางหมู่บ้านจะให้ใส่หมวก ที่ห้ามถอดตลอดเวลา แม้แต่ตอนนอน

กระโปรงสั้นคือชุดของสาวโฉด เอ๊ย โสด จะเห็นว่ามีเครื่องประดับสีสันสดใสประดับที่เอว 

ส่วนคนกระโปรงยาวคือชุดของคนที่แต่งงานแล้ว

bojw7nz71hye
82b4ueocb0pb

อาหารท้องถิ่น เพิ่มโปรตีน คือหนอนนน ตัวใหญ่มาก

ผู้ทดลองกล่าวว่า เค็มๆ มันๆ เหนียวๆ อร่อยดี

ahqoiiyctoci

กิจกรรมตีกลองชนเผ่า ให้ตีกลองตามจังหวะที่ตกลงกัน คล้ายๆ กีฬาสี ที่ต่างกันคือ อันนี้เจ็บมือ 555

fte3ui101g3g
1ua4thavmk10


5. แหลมกู๊ดโฮป เกือบจะใต้สุดจองทวีปแอฟริกา- อดีตเป็นจุดหลบพายุ

ในปี ค.ศ. 1488 บาร์โธโลมิว ไดแอส (Bartolomeu Dias) นักสำรวจชาวโปรตุเกส เป็นชาวยุโรปคนแรกที่เดินเรืออ้อมแหลมนี้ได้สำเร็จ และตั้งชื่อว่า "แหลมแห่งพายุ" (Cape of Storms) ก่อนที่พระเจ้าจอห์นที่ 2 แห่งโปรตุเกสจะเปลี่ยนชื่อเป็น "Cape of Good Hope" (แหลมแห่งความหวังดี) เพื่อสื่อถึงความสำเร็จในการเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่ไปเอเชีย


การเดินทาง

รถส่วนตัว หรือทัวร์เท่านั้น ไม่มีขนส่งสาธารณะที่มีรอบวิ่งมากพอจะทำเป็นทริปเช้าไปเย็นกลับได้

 แหลมกู๊ดโฮปห่างกับเคปทาวน์ 60-70 กิโล

o4pd7qlnk2fg

เราซื้อทัวร์แหลมกู๊ดโฮปกับอาณานิคมเพนกวินแบบเช้าไปเย็นกลับกับ City Sightseeing South Africa  ราคาคนละ 475 zar ไม่รวมค่าเข้าต่างๆ โดยออกเดินทางจากเคปทาวน์

9t91y8282nz5


รีวิวทัวร์

สะดวกดีค่ะ มีจุดรับขึ้นรถหลายจุด ซึ่งจะอยู่ในตัวเมืองเคปทาวน์เป็นหลัก สัก 10 โมงก็จะรับคนครบทุกจุด ขณะอยู่บนรถไกด์จะพูดแนะนำตลอดทาง แต่พอนั่งไปสักพักแอบเวียนหัว ไม่รู้เพราะเมารถ หรือเพราะอากาศในรถไม่ค่อยระบายก็ไม่รู้

7mfr87kxqsi3

ขณะอยู่บนรถ เจ้าหน้าที่จะเดินมาเก็บค่าเข้าที่เที่ยวต่างๆ คนที่ยังไม่จ่ายก็รูดบัตรบนรถได้เลย

ค่าเข้า Cape of good hope ราคา 515 Zar (ประมาณ 1030 บาท)

ค่าเข้า Penguin colony 245 zar (ประเมาณ 490 บาท)

ขากลับ มาถึงจุดลงรถประมาณห้าโมงครึ่ง และจะมี shuttle bus พาไปใกล้จุดขึ้นรถในตอนเช้า แต่เราเดินเล่นกันที่ V.A. waterfront ต่อจนเลยเวลารถ shuttle bus  เลยจบลงที่เรียก bolt กลับที่พัก

จุดขึ้นรถจะมีหมุดปักไว้ในกูเกิ้ลแมป เดินไปตามแมปได้เลย ถ้าไปถึงแล้วไม่แน่ใจก็ถามคนแถวนั้นได้ค่ะ

sd3yw08nvjw1


จุดสังเกตคือป้ายแบบรูปล่าง ตอนแรกเรามองไม่เห็นป้าย ยืนรอไปสักพักถึงมองเห็น

ป้ายจะมี 2 แบบ คือ Xplore tour กับ City sightseeing นะคะ อย่าไปผิดจุด บางจุดเป็นป้ายของ City sightseeing เท่านั้น

gao5lu4si71y
08nlyuw5qooh

รถ Xplorer tour ที่มารับเรา

rnres40fxcv1


จุดแรกที่จอดลง จะเป็นจุดชมวิว สามารถเดินขึ้น หรือนั่งรถรางขึ้นไปใกล้ๆ จุดชมวิวได้

80yu28cz2158

จากนั้นจึงไปยัง  Cape of good hope กันต่อ ตรงนี้ทัวร์จะให้เราเลือก คือจะเดินไปหรือนั่งรถไป เวลาเดินทางจะแตกต่างกันนิดหน่อย พวกเราเลือกเดินไปค่ะ

dq1g0atwiowu

ทางเดินไปยังแหลมไม่ยาก แต่ถ้าลมแรงแล้วใส่ชุดกันลมอยู่ ถ้ายืนไม่ดีพอตัวอาจปลิวได้ 

ey3qn41bfs10
48am266mk1ei

ป้าย Cape of good hope ที่ทุกคนต่างพากันต่อแถวถ่ายรูปอย่างไม่ได้นัดหมาย

ในทะเลจะมีแมวน้ำอยู่ด้วย อย่าลืมสังเกตกันนะคะ

fwihbmlg9dn9

นกกระจอกเทศป่าบริเวณนั้น ขณะอยู่บนรถเราจะมองเห็นสัตว์ป่าบ้างประปราย ขึ้นกับโอกาสค่ะ

a6o33i818szf


6.Penguin colony

ที่นี่ไม่ใช่ถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติ แต่มีคนนำเพนกวินแอฟริกา 2 คู่มาไว้ที่นี่ จาก 4 ตัวก็ดับเบิ้ลออกลูกหลานไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีหลายพันตัวแล้ว

เพนกวินที่นี่แต่ละตัวจะมีจุดดำบนตัวแตกต่างกัน ออกลูกทีละ 2 ฟอง และจะมีคู่ตัวเดียวไปตลอดชีวิต

ค่าเข้า 245 zar (ประเมาณ 490 บาท)

แต่ถ้าไม่อยากเสียเงินเข้า ก็ไปเดินชายหาดฟรีด้านข้างได้ มีเพนกวินบ้าง แต่น้อยกว่าใน colony เยอะ สมชื่ออาณานิคมเพนกวินเลยค่ะ 55

yha5kbjk1mx2
jn0ho7fthkt5
f40anu276aji
p4x5ujqcosc9

ลูกเพนกวิน ตัวใหญ่เท่าแมมมมม่

7pby7pq78i23
3sqrqsqr1pz6
ee65fjtrty9v


7.Castle of good hope

ค่าเข้า 50 zar (ประเมาณ 100 บาท)

สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์ของบริษัทค้าทาส the Dutch east India company ซึ่งเป็นบริษัทค้าทาสของที่นี่ ตอนหลังที่นี่ถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์การทหาร และคุกคุมขังผู้มีอำนาจ

evlsbbeznezf

หัวหน้าเผ่าแอฟริกาใต้ที่เคยถูกคุมขังที่นี่

mdlgng1yacl2
xigypehr35oj

Castle of good hope เมื่อเริ่มสร้าง ที่นี่มีบ่อน้ำให้ชาวบ้านมาตักน้ำไปใช้สอย

ทาสมีหน้าที่มาตักน้ำไปให้เจ้านาย

c1wscpsi6rhj

ป้ายหิน สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าดินแดนแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้อาณานิคมดัตช์ - ประเทศเนเธอแลนด์ในปัจจุบัน

lwve2y0gh3d9

บางห้องจัดแสดงเครื่องเรือนในสมัยเก่า ทั้งหมดเป็นของรีโนเวทใหม่ ไม่มีเฟอร์นิเจอร์เดิมหลงเหลืออยู่เลย

bgl737yzd1ms
7q5j4gnovj06


8.Iziko slave lodge

ค่าเข้า 100 zar (ประเมาณ 200 บาท)

ที่นี่เคยเป็นศูนย์รวมทาสของบริษัท The Dutch east india ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ 

อาจเพราะทาสที่ถูกพามาที่นี่จะถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ ถูกตีเป็นสินค้า จึงไม่มีการบันทึกรายละเอียดอะไรไว้เลย ส่วนทาสที่ถูกปลดปล่อยส่วนใหญ่ไม่อยากเอ่ยถึงสภาพชีวิตตอนเป็นทาส  ทำให้พิพิธภัณฑ์ทาสนี้มีรายละเอียดไม่เยอะอย่างที่หวังไว้ หลายๆ ห้องมีข้อมูลซ้ำไปมาด้วยซ้ำ 

hdgkksa1f68q

- ทาสที่เคปทาวน์ถูกนำมาจากแอฟริกา อินเดีย และอินโดนีเซีย เป็นส่วนใหญ่ บางส่วนก็ซื้อขายกับเรือค้าทาสอื่นๆ 

bmnshlsylp3m

- ทาสที่อยู่ที่นี่มีความเป็นอยู่ไม่ดีนัก

- ทวีปแอฟริกาไม่เหมือนทวีปอเมริกา เพราะไม่มีเขตปลอดทาส ที่ขอแค่หนีเข้าไปได้ก็ปลอดภัย

- มีทาส ญ เพียง 10-20% นายทาสสนับสนุนให้ทาสญ ท้อง ไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือไม่ก็ตาม เพราะลูกที่เกิดมาจะเป็นทาสเหมือนกัน 

- ทาส ญ บางส่วนมีสัมพันธ์กับคนขาว และทาสเชื้่อสายเอเชีย ทำให้ปัจจุบันเมื่อตรวจดีเอ็นเอจะพบว่าชาวนิโกรผิวดำหลายคนมีเชื้อสายยุโรป หรือเอเชียปะปนอยู่ด้วย

q3lkrplkpah7

- เคยมีทาสในเรือต่อต้านจนยึดเรือได้ แต่บังคับเรือไม่เป็น เลยให้กัปตันช่วย กัปตันบังคับเรือกลับเคปทาวน์ แล้วใส่ข้อความลงขวด โยนลงน้ำให้คนบนฝั่งช่วยทำสัญญาณไฟ จนทาสบนเรือเข้าใจว่ามายังประเทศที่ตนต้องการแล้ว จุดจบคือถูกจับเหมือนเดิม

- ทาสที่ถูกนำมา จะถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ และไม่มีการบันทึกรายละเอียดอะไรเลย ทำให้ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง มาจากไหน และทาสถือเป็นสมบัติของเจ้านาย

- ทาสมักได้ชื่อใหม่ ตามเดือนที่ขึ้นฝั่งบนเคปทาวน์ ปัจจุบัน ทายาทของอดีตทาส จึงมีชื่อเดือนเป็นนามสกุล

hoe6no4txjod

"เราไม่ควรอายกับรากเหง้าของตัวเอง ทาสนี่ล่ะ ที่เป็นคนสร้างประเทศนี้ขึ้น เรากิน ในสิ่งที่พวกเขาขาย

เราจะไม่ได้ยินเรื่องจริงที่เกิดขึ้น

เราจะไม่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด

เราจะได้ยินเพียงเรื่องราวที่ถูกแต่งแต้มเท่านั้น"

Alfred May ผู้มีบรรพบุรุษเป็นทาสกล่าวไว้

ks0odsl8vulc
4wfmyg7kbyyd
ความคิดเห็น